รือ? หรือว่าท่านไม่ชอบให้ข้ามา?” สตรีที่นั่งเกี้ยวถามกลับ
หนานลัวจึงยิ้มอย่างเขินอาย “พระสนมซู ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าแค่สงสัย!”
“พูดถึงความสงสัย ข้าก็ยิ่งอยากรู้ว่าพวกเจ้าไม่มีใครอยู่ที่นี่สักคนเลยหรือ? หรือเจ้ากำลังพยายามทำให้ข้าอับอาย?” พระสนมซูโกรธเคืองเล็กน้อย แต่ก่อนที่หนานลัวจะพูดอันใด หนานเหยาก็พูดขึ้นว่า “ท่านเป็นใคร?”
“ข้า? หรือว่าท่านเจ้ากรมไม่เคยแนะนำเจ้า?” พระสนมซูถามกลับไป แต่หนานเหยาถามแปลก ๆ ว่า “ท่านไม่ใช่คนดัง เหตุใดเขาถึงต้องแนะนำ?”
“สาวน้อย เจ้าช่างปากร้ายนัก!” พระสนมซูมีท่าทีเย็นชาขึ้นมา
หนานลัวรีบแนะนำให้หนานเหยาฟัง “นางเป็นมารดาแท้ ๆ ขององค์ชายรอง พระสนมซู และยังเป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักบัญชามารอีกด้วย!”
“โอ้ ที่แท้ก็เป็นเสด็จแม่ของผู้ที่ถูกประกาศจับ!” หนานเหยาอดไม่ได้ที่จะดูถูกสตรีคนนี้
พระสนมซูขมวดคิ้ว “ทหาร ตบปากนางให้ข้าที!”
“พ่ะย่ะค่ะ!” จากนั้นทหารรักษาการณ์ก็วิ่งเข้ามา
ทหารรักษาการณ์ผู้นี้เป็นยอดฝีมือขั้นก่อกำเนิด แต่ก่อนที่เขาจะมาถึงศาลา เขาก็ถูกค่ายกลนอกศาลาซัดจนกระเด็นออกไป และทหารรักษาการณ์เหล่านั้นก็พากันตกใจ ส่วนหนานเหยาก็ส่งเสียงจุ๊ ๆ แล้วพูดว่า “ข้าว่านะ ท่านคิดว่าที่นี่คือที่ใด? แถมยังคิดจะตบข้า? ท่านมีความสามารถหรือ!”
พระสนมซูเอ่ยอย่างเย็นชา “อันใด? เจ้าคิดว่าข้าไม่สามารถฝ่าค่ายกลนี้เข้าไปได้หรือ?”
“มาสิ ข้าจะลองดู!” หนานเหยาไม่คิดเช่นนั้น แ