รเสียแล้ว” ลู่เฉินยิ้ม
“อาจารย์ กลายเป็นมารแล้วท่านยังยิ้มได้อย่างนั้นหรือ?” หนานเหยาไม่รู้จริง ๆ ว่าลู่เฉินนั้นคิดจะทำสิ่งใด ส่วนผู้เฒ่าทั้งสี่นั้นต่างก็มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก
แววตาของเถียนอวิ๋นเมิ่งฉายความเย็นชาออกมา “เช่นนี้ ควรฆ่าเจ้าหนุ่มผู้นี้ซะ”
บุตรศักดิ์สิทธิ์ผู้ใช้สติที่เหลืออยู่จ้องมองไปยังลู่เฉินพลางพูดขึ้นมาเพียงไม่กี่คำ “เจ้า…ตายเสีย!”
เมื่อพูดจบ ฝ่ามือทั้งสองของบุตรศักดิ์สิทธิ์จึงโจมตีไปยังค่ายกลอีกครั้ง และครั้งนี้เป็นการโจมตีติดต่อกันหลายครั้ง
เห็นเพียงค่ายกลเกิดเสียงดัง ‘ตู้ม ตู้ม ตู้ม!’ เพียงไม่นานก็พังทลายลง และผู้คนที่อยู่ด้านในนั้นได้รับบาดเจ็บ บางคนยังล้มตายไปทันที
เมื่อเห็นภาพดังนั้น หนานเหยาจึงรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา “อาจารย์ ค่ายกลแตกแล้ว”
ราวกับว่าเถียนอวิ๋นเมิ่งมองเห็นความหวังบางอย่างขึ้นมา จึงแสดงท่าทีตื่นเต้นออกมา และตะโกนไปยังบุตรศักดิ์สิทธิ์ “เร็ว รีบฆ่าเขาซะ!”
ทันใดนั้น บุตรศักดิ์สิทธิ์ก็ระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างรุนแรง ราวกับว่าสามารถฆ่าลู่เฉินได้อย่างง่ายดายในทันที
และในขณะเดียวกันนั้นเอง เสียงกู่ฉินเพลิงโบราณของชายหนุ่มพลันดังขึ้นมา
ทุกคนจึงได้เห็นภาพน่าสะเทือนใจอีกครั้ง นั่นก็คือบุตรศักดิ์สิทธิ์เจ็บปวดขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทั้งยังกรีดร้องเสียงลั่น “ข้า ศีรษะข้า!”
ทุกคนพลันสับสนขึ้นมา และต่างแปลกใจว่าเกิดเหตุอันใดขึ้น
เถียนอวิ๋นเมิ่งพูดขึ้นมาว่า “เกิดสิ่งใดข