งแค่ยิ้มและตอบกลับสั้น ๆ ว่า “นี่ยังถือว่าไม่มากนัก”
“ไม่ถือว่ามาก?”
“แดนศักดิ์สิทธิ์นี้ ถือเป็นหนึ่งแดนศักดิ์สิทธิ์ในนครทักษิณา เช่นนั้นสิ่งของที่ครอบครองจึงไม่ได้มีเพียงเท่านี้ แต่ก็นับว่าไม่น้อย” ลู่เฉินพูดจบก็มองไปยังพื้นที่ว่างเปล่า จากนั้นจึงพาหนานเหยาเดินออกไป
“อาจารย์ ตอนนี้เราจะไปที่ใดกัน?”
“ไปหออักษรแดนศักดิ์สิทธิ์” ลู่เฉินพูดจบก็นำทางหนานเหยาไป หนานเหยาจึงกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น “อาจารย์ ท่านดูเคล็ดวิชาของพวกเขาออกแล้วหรือ?”
“เคล็ดวิชาของพวกเขา ข้ายังดูไม่ออก!” ชายหนุ่มยิ้ม
หนานเหยาพลันตกตะลึงขึ้นมา “ดูไม่ออก?”
เคล็ดวิชาที่ลู่เฉินมีนั้นล้วนดีกว่าของแดนศักดิ์สิทธิ์นัก เป็นปกติที่เขาจะดูไม่ออก แต่ลู่เฉินไม่ได้อธิบายอย่างชัดเจน เพียงนำทางหนานเหยาไปยังหออักษร จากนั้นจึงย้ายสิ่งของภายในนี้ออกไปทั้งหมด
“อาจารย์ ท่านดูไม่ออกแล้วเหตุใดจึงนำออกมา?”
“สามารถนำไปมอบให้ผู้อื่นได้ แต่เมื่อแดนศักดิ์สิทธิ์ไม่มีของเหล่านี้ ก็จะกลายเป็นเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น เช่นนั้นต่อไปผู้ใดจะยอมมาแดนศักดิ์สิทธิ์กัน?” คำพูดของเขาทำให้หนานเหยาถึงกับเบิกตากว้าง “อาจารย์ ท่านคิดจะทำลายแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดอย่างนั้นหรือ?”
“ข้าบอกแล้ว เป็นเพราะพวกเขามายุ่งกับข้าก่อน ไม่อาจมาโทษข้าได้!” เขาพูดจบก็ไปยังสถานที่อื่นในแดนศักดิ์สิทธิ์
ศิษย์บางส่วนที่หลบซ่อนอยู่ภายในแดนศักดิ์สิทธิ์ หลังจากพบร่องรอยของลู่เฉ