ที่เหลือมีอยู่หลายพันคน
เมื่อหนานเหยาเห็นกลุ่มผู้ฝึกตนขั้นก่อกำเนิดด้านหน้า นางก็ร้องด้วยความตกใจว่า “ยังมียอดฝีมือมากมายเพียงนี้อีกหรือ”
“กลุ่มผู้ฝึกขั้นก่อกำเนิด ไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด” ลู่เฉินมองไปที่หนานเหยาด้วยรอยยิ้ม หนานเหยารู้ว่าอสูรปีศาจเหล่านี้ได้รับการเสริมแกร่งมาถึงขั้นที่ 20 ดังนั้นนางจึงพูดอย่างตื่นเต้นว่า “อาจารย์ ให้อสูรเหล่านี้ฆ่าพวกมัน!”
“ไม่ต้อง แค่ธงผืนของข้าก็พอ” ชายหนุ่มคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
เมื่อหนานเหยาได้ยินเช่นนี้ นางก็ตื่นเต้นทันที “ถูกต้อง ดูพลังของมันสิ!”
ลู่เฉินมองไปที่หนานเหยาด้วยรอยยิ้ม “คอยอยู่ที่นี่ ข้าไปดูเสียหน่อยว่าจะทรมานพวกมันอย่างไร!”
หลังจากที่หนานเหยาขานรับแล้ว เขาก็ควบคุมอสูรปีศาจและทะยานตัวไปต่อหน้าผู้คนเหล่านั้นเพียงลำพัง ส่วนผู้คนเหล่านั้นต่างก็ฉงนใจเมื่อเห็นลู่เฉินมาคนเดียว
“เจ้าหนุ่ม เจ้าทำสิ่งใด?”
“เขาต้องการต่อสู้กับพวกเราทุกคนเพียงลำพังงั้นหรือ?”
“เจ้าล้อข้าเล่นกระมัง?”
“ถ้าบ้าขนาดนี้ เช่นนั้นก็สนุกแล้วล่ะ!”
“นั่นสิ หนึ่งคนหนึ่งคาถา เท่านี้ก็ฆ่าเขาตายได้แล้ว!”
ในขณะที่คนเหล่านี้กำลังคุยกัน หนานกงมู่ที่อยู่บน ‘หอสังเกตการณ์’ ก็หัวเราะเยาะ “หลงตัวเองเสียจริง!”
เฮยเม่ยมีสีหน้าเคร่งขรึม “เขาจะไม่ทำเรื่องที่เขาไม่มั่นใจ!”
“ข้าว่านะเฮยเม่ย เหตุใดเจ้าถึงพูดแทนเขาตลอดเล่า!” หนานกงมู่ไม่พอใจเล็กน้อย ส่วนเฮยเม่ยขมวดคิ้ว “ข้าเคยได้ต่อสู้กับเขา