บกลับอย่างไม่แยแส แต่หนานกงมู่กลับแปลกใจ “วิญญาณเก่าแก่ทั้งสี่?”
“ใช่ แต่ละคนต่างก็เป็นผู้แปลงเซียนที่แข็งแกร่ง เพียงแค่มีพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นยอดฝีมือแปลงเซียนใด ก็ไม่สามารถเข้ามาเหยียบยังแดนศักดิ์สิทธิ์ได้ ยิ่งเขาและสัตว์ปีศาจพวกนั้นยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง!” บุตรศักดิ์สิทธิ์พูดด้วยความมั่นใจ
“เช่นนั้นก็ดี!” หนานกงมู่รู้สึกพึงพอใจ
“รอก่อนเถิด อีกไม่นานจะต้องมีข่าวดีเป็นแน่” เมื่อบุตรศักดิ์สิทธิ์พูดจบ หนานกงมู่จึงขานรับ “ได้!”
จากนั้นนางก็เดินจากไป และเมื่อเดินออกมายังปากถ้ำ หนานกงมู่ก็เผยรอยยิ้มเย็นชาออกมา “วิญญาณเก่าแก่ทั้งสี่…ข้าจะรอดูว่าเจ้าจะต้านทานเช่นไร!”
ในขณะนั้นเอง นกกระดาษตัวหนึ่งพลันตกลงบนร่างของหนานกงมู่ และกลายเป็นกระแสอากาศเข้าสู่ร่างกายของหนานกงมู่ เมื่อนางเห็นเช่นนั้นแล้วจึงรีบเดินตรงไปยังตำหนักแดนศักดิ์สิทธิ์ทันที
ครั้นเห็นเฮยเม่ยผู้นั้นที่นี่ และเฮยเม่ยก็พูดจาด้วยท่าทางจริงจังขึ้นมา “เจ้าหนุ่มผู้นั้น ไม่ได้จัดการหรือ?”
“ตอนนี้ล้มเหลว” หนานกงมู่ตอบเพียงสั้น ๆ
เฮ่ยเม่ยพลันตกตะลึงขึ้นมา “สัตว์ปีศาจมากมายเพียงนั้น เขากลับไม่เป็นอันใดอย่างนั้นหรือ?”
หนานกงมู่รู้สึกลำบากใจ จึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดออกมา เมื่อเฮยเม่ยฟังแล้วจึงมีสีหน้าเปลี่ยนไป “เช่นนั้น เขาคงไม่สามารถโจมตีแดนศักดิ์สิทธิ์ได้?”
“แดนศักดิ์สิทธิ์มีผู้อาวุโสมากนัก อีกทั้งยังมีกลุ่มผู้มากความสามารถ เจ้าคิดว่าเขาจะสามา