เย็นชา เมื่อซุนเฉิงกำลังจะถูกลากตัวไป เขาก็เอ่ยขึ้นว่า “การทำร้ายเชื้อพระวงศ์มีโทษประหารเก้าชั่วโคตร ขอพี่สะใภ้โปรดสั่งคนไปจับกุมครอบครัวของซุนเฉิงทั้งหมดมาขังไว้ที่กรมราชสกุล ข้าจะมาสอบสวนด้วยตนเองหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมขุนนาง”
“ตกลง!” ฮองเฮาพยักหน้า
ซุนเฉิงหน้าถอดสีทันที “ข้าน้อยไม่ได้ทำ! ข้าน้อยมิได้ทำร้ายฉีหวังเฟยนะขอรับ!”
ขณะที่องครักษ์กำลังจะลากตัวเขาไป เมิ่งสืออี้ก็เดินตรงเข้าไปหาซุนเฉิง แล้วคว้าเอานกหวีดออกมาจากอกเสื้อของเขา “นี่คือนกหวีดเรียกสุนัข ใช้สำหรับสั่งการพวกมัน!”
ทุกคนต่างมองดูเด็กชายด้วยความงงงวยจึงไม่มีใครเข้าไปห้าม ส่วนเมิ่งฉีฮ่วนนั้นหัวไว เขาเข้าใจทันทีว่าบุตรชายคิดจะทำสิ่งใด
“ใช่… ใช่ขอรับ… นี่คือนกหวีดที่ข้าน้อยใช้ฝึกสุนัข!” ซุนเฉิงรีบพยักหน้ายอมรับ
เมิ่งสืออี้มีสีหน้าเย็นชา เขาเช็ดนกหวีดด้วยความรังเกียจก่อนจะเป่าออกมาเป็นจังหวะ
“โฮ่ง! โฮ่ง!” สุนัขดุร้ายที่อยู่ในคอกกั้นเมื่อได้ยินเสียงนกหวีดก็พากันเห่ากระโชกอย่างดุร้าย แม้พวกมันจะบาดเจ็บหนักจนสู้ไม่ไหว แต่ก็ยังส่งเสียงขู่ขวัญสุดกำลัง
“ท่านพ่อ ซุนเฉิงคนนี้เป่านกหวีดเสร็จแล้วก็วิ่งหนีไปขอรับ!” เมิ่งสืออี้เอ่ยจบก็ถ่มน้ำลายลงพื้นด้วยความชิงชัง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซุนเฉิงก็ถึงกับหน้าถอดสีกลายเป็นสีเทาดำด้วยความสิ้นหวัง
เด็กคนนี้เหตุใดจึงเฉลียวฉลาดนัก…
“ข้าสารภาพแล้ว! ข้าสารภาพแล้ว!” ซุนเฉิงที่คลุกคลีอยู่ในวังมา