นานย่อมรู้วิธีเอาตัวรอด
เมื่อลูกไม้ถูกเปิดโปง เขาจึงรีบอ้อนวอนขอชีวิต “เป็นคุณหนูใหญ่แห่งจวนอู่กั๋วกงที่สั่งให้ข้าทำ! นางบอกว่าหากสำเร็จจะมอบทองคำหนึ่งหมื่นตำลึงให้ และจะช่วยพาข้าออกจากวังเพื่อให้ข้าและครอบครัวหนีไปเสวยสุขที่อื่น ข้าน้อยมิได้มีเจตนาจะทำร้ายจริง ๆ ขอรับ!”
หยวนหลิงเอ๋อร์ที่ยืนดูเหตุการณ์อย่างนึกสนุกในคราแรก เมื่อเห็นซุนเฉิงซัดทอดมาถึงตนอย่างง่ายดายเช่นนี้ ก็โกรธเกรี้ยวจนใบหน้าแดงก่ำ “เจ้าคนชั้นต่ำ! เจ้ากล้าดีอย่างไรมากล่าววาจาเลื่อนลอยเช่นนี้!”
“นั่นสิ! คุณหนูใหญ่แห่งจวนอู่กั๋วกงผู้สูงศักดิ์หรือจะมาทำเรื่องต่ำช้าเช่นที่เจ้ากล่าวอ้าง!” หวังเฟิ่งรีบปกป้องบุตรสาว
“ข้าน้อยไม่ได้พูดปด!” องครักษ์ที่คุมตัวซุนเฉิงลอบคลายมือออก ซุนเฉิงเหงื่อกาฬไหลพรากพลางคลานเข่าเข้าไปหาเมิ่งฉีฮ่วนแล้วเบิกตากว้าง “คุณหนูใหญ่หยวนยังสั่งให้แม่นางเยว่ไปดักรถม้าของฉีหวังเฟย แต่หลังจากนั้นพระชายามิได้เข้าสวนสุนัขทันที ทว่าผ่านไปครู่ใหญ่แม่นางฉินซินกลับเป็นคนนำทางพวกนางเข้ามาเอง!”
“ที่แขนเสื้อด้านขวาของฉีหวังเฟยต้องมีผงสีเทาติดอยู่แน่ ๆ นั่นคือผงยาที่กระตุ้นให้สุนัขที่ยังมิได้รับการฝึกฝนเกิดอาการคลุ้มคลั่ง!”
“คุณหนูใหญ่เป็นคนมอบผงยานี้ให้ข้าน้อย! สิ่งเดียวที่ข้าต้องทำคือเป่านกหวีด ปลดโซ่ตรวนที่คอกกั้น และห้ามไม่ให้ใครเข้าไปช่วยเหลือตอนที่พระชายาร้องขอความช่วยเหลือ! ทั้งหมดนี้เป็นคำสั่งของคุณหนูใหญ่