กเราเข้าไปดูข้างในกันเถิดขอรับ!”
เดิมทีหลี่เยว่หานตั้งใจจะแสร้งทำเป็นสนใจด้วยตนเอง ทว่าไม่นึกเลยว่าเมิ่งสืออี้จะช่วยส่งบทให้ได้อย่างยอดเยี่ยมเพียงนี้
“ในสวนสุนัขล่าเนื้อมีคนคอยดูแลหรือไม่?” หลี่เยว่หานเอ่ยถาม
“ทูลพระชายา ในนั้นมีคนคอยฝึกและดูแลสุนัขอยู่ตลอดปีเจ้าค่ะ อีกทั้งสุนัขล่าเนื้อเหล่านี้ล้วนผ่านการฝึกฝนมาเป็นพิเศษ จึงเป็นมิตรต่อผู้คนยิ่งนัก หากนายน้อยอยากเข้าไปทัศนา บ่าวสามารถเข้าไปแจ้งคนด้านในก่อนได้เจ้าค่ะ เพื่อให้พวกเขาต้อนสุนัขเข้าคอกในลานฝึกเสียก่อน เช่นนี้สุนัขล่าเนื้อจะได้ไม่ทำให้คุณชายและคุณหนูตกใจเจ้าค่ะ”
สาวใช้คนนี้ฉลาดกว่าเยว่เอ๋อร์มากนัก หลี่เยว่หานลอบคิดในใจ
จากนั้นนางจึงบอกให้สาวใช้ลุกขึ้น “เจ้าชื่ออะไร?”
“ทูลพระชายา บ่าวชื่อฉินซินเจ้าค่ะ” แม้ฉินซินจะลุกขึ้นยืนแล้ว ทว่านางยังคงก้มหน้าแสดงความเคารพอย่างยิ่งยวด ความจริงแล้วหัวใจของนางแทบจะเต้นหลุดออกมานอกอกด้วยความตื่นเต้น!
“อืม” หลี่เยว่หานพยักหน้า “ถ้าเช่นนั้นก็รบกวนแม่นางฉินซินช่วยเข้าไปแจ้งให้ที ข้าจะพาเด็กทั้งสองคนเข้าไปเยี่ยมชมเสียหน่อย”
“รับบัญชีเจ้าค่ะ!”
สำเร็จแล้ว!
ฉินซินแทบจะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกในทันที…