ได้เข้าใกล้น้องสาวของข้าอีก”
หลินเฟิงคาดไม่ถึงว่าจะต้องมาเผชิญหน้ากับสวีซิ่งอี้ที่นี่ และยิ่งนึกไม่ถึงว่าสวีอวิ้นเอ๋อร์จะมีท่าทีเพิกเฉยต่อเขาเช่นนี้ ความรู้สึกพ่ายแพ้ถาโถมเข้ามาในใจจนเขาเผลอก้มหน้าพึมพำออกมาอย่างเลื่อนลอย “หรือว่า… ข้าต้องเป็นอ๋องให้ได้ก่อน ถึงจะมีสิทธิ์?”
“อะไรนะ?” สวีซิ่งอี้ถามเพราะได้ยินไม่ชัด
“ไม่มีอะไร” หลินเฟิงตอบสั้นๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ
เมื่อแผ่นหลังของหลินเฟิงลับตาไป สวีซิ่งอี้จึงส่งสัญญาณให้เสี่ยวอี้ปิดประตูห้อง แล้วกลับมานั่งที่โต๊ะ เพียงครู่เดียวสตรีทั้งสองก็แลกเปลี่ยนชื่อแซ่และฐานะกันเรียบร้อย ทั้งยังนัดแนะกันว่าพรุ่งนี้จะไปเยี่ยมหลี่เยว่หานที่จวนอ๋องฉีด้วยกัน
“ข้ารู้เพียงว่าเยว่หานคลอดลูกแฝดมังกรหงส์ แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้เด็กน้อยทั้งสองโตเพียงใดแล้ว” เหยียนจื่อเซียงพูดพลางหยิบกุญแจอายุยืนทองคำแท้สองชิ้นออกมาจากอกเสื้อ “ข้าจึงสั่งทำจี้ที่หน้าตาเหมือนกันเปี๊ยบมาสองชิ้น!”
กุญแจอายุยืนนั้นประณีตงดงามยิ่งนัก ลวดลายบนจี้ทั้งสองมีความแตกต่างกันเล็กน้อย สื่อถึงความตั้งใจจริงของผู้ให้ สวีอวิ้นเอ๋อร์รับมาถือดูแล้วก็หลุดยิ้มออกมา “ข้าเคยเห็นกุญแจอายุยืนมามาก แต่ไม่เคยเห็นที่ทำจากทองคำแท้ตันๆ แบบนี้มาก่อน มันหนักขนาดนี้ อาอี้กับอานิ่งคงคล้องคอไม่ไหวแน่ ประจวบเหมาะกับที่สองวันก่อนข้าเพิ่งเย็บถุงหอมให้พวกเขาพอดี เช่นนั้นข้าจะเอาไปใส่ในถุงหอมให้พวกเขา