จักบุญคุณ!” หลินเฟิงทำหน้าบึ้ง “วัวแกะห้าพันตัวนี้เป็นครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งปีของเผ่าเร่ร่อนพวกข้า! พึงรู้ไว้ว่าในเผ่าทางเหนือ วัวแกะคือสิ่งมีค่าที่แท้จริง!”
เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้า “นั่นเป็นสิ่งมีค่าของพวกเจ้าก็จริง แต่ในแคว้นแคว้นตงฮั่นของพวกข้า มันไม่ได้มีค่าขนาดนั้น”
หลินเฟิงหรี่ตาพลางถามว่า “เจ้าจะไม่แลกจริง ๆ หรือ?”
“เมิ่งฉีฮ่วนพูดเล่นแล้ว วิชาการทำเกลือจากดินโคลนชายฝั่งเป็นกลยุทธ์สำคัญของแผ่นดิน อีกทั้งยังเป็นผลงานวิจัยของชายา หากข้าขายมันไปด้วยวัวควายเพียงห้าพันตัว เกรงว่าศีรษะของข้าคงรักษาไว้ไม่ได้ อีกอย่างฝ่าบาทได้หารือกับข้าไว้แล้วว่า ในที่ประชุมใหญ่ราชสำนัก จะแบ่งปันวิชาการทำเกลือให้แก่เมืองขึ้น หากชนเผ่าเร่ร่อนต้องการวิชานี้จริง ก็ลงนามในสัญญาร้อยปีเป็นเมืองขึ้นของแคว้นตงฮั่นก็ได้”
“องค์ชายฉีอย่าได้รังแกผู้อื่นมากเกินไป!” หลินเฟิงโกรธจนลุกขึ้นยืน
ทว่าโต๊ะระหว่างทั้งสองคนได้แตกไปแล้ว ยามนี้หลินเฟิงลุกขึ้นยืน หมายจะฟาดโต๊ะเพื่อเพิ่มความน่าเกรงขาม แต่กลับฟาดเพียงอากาศว่างเปล่า
“เมิ่งฉีฮ่วนมิได้รังแกผู้ใด เพียงแต่เจ้าคิดเองว่าข้ารังแกเจ้าเท่านั้น” เมิ่งฉีฮ่วนค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน มือประสานไว้ด้านหน้า สีหน้าเกียจคร้าน “อีกอย่าง วัวควายห้าพันตัวแลกวิชาการทำเกลือ? พวกเจ้าชนเผ่าเร่ร่อนช่างไร้เดียงสาเกินไปแล้ว”
เมื่อพูดจบ เมิ่งฉีฮ่วนปล่อยกระแสสังหารออกมาทั่วร่าง แม้ดูภายนอกจะยังคงเกีย