เสียสนิท เขารีบลุกขึ้นประคองใบหน้าของหลี่เยว่หานไว้ในอุ้งมือ “พูดอยู่ดี ๆ ไยถึงจะร้องไห้เล่า อานิ่งพูดได้แล้วถือเป็นเรื่องดีนะ”
หากเขาไม่พูดก็ยังพอทน แต่พอเขาเอ่ยขึ้นมา น้ำตาของหลี่เยว่หานก็ร่วงเผาะลงมาทันที
เมิ่งสืออี้และเมิ่งอิงหนิงจูงมือกันเดินมาข้างกายมารดา อานิ่งดึงชายเสื้อของหลี่เยว่หานเบา ๆ แล้วเอ่ยเสียงค่อย “ท่านแม่… ดี”
“แล้วท่านพ่อไม่ดีหรือ!” เมิ่งฉีฮ่วนแย้งขึ้นตามสัญชาตญาณ
“อื้อ!” เมิ่งอิงหนิงพยักหน้าอย่างจริงจัง
หลี่เยว่หานหลุดหัวเราะออกมาทันที “เขามักจะบอกกันว่าลูกสาวคือเสื้อนวมตัวน้อยของบิดา อานิ่งเสื้อนวมตัวนี้ ท่านก็ต้องใส่ให้ดี ๆ นะ!”
ได้ยินดังนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็ถอนหายใจ “ต่อไปพ่อจะอยู่กับพวกเจ้าสองพี่น้องให้มากขึ้น ห้ามบอกว่าพ่อไม่ดีอีกนะ!”
ในที่สุดเมิ่งสืออี้ก็กลั้นหัวเราะไม่อยู่ “ท่านพ่อ อานิ่งบอกว่าท่านไม่ดี เพราะท่านไม่ค่อยอยู่บ้านเป็นเพื่อนท่านแม่ต่างหากเล่า”
“เจ้ารู้ได้อย่างไร” เมิ่งฉีฮ่วนถาม
“ข้าเป็นพี่ชายของอานิ่ง ข้าย่อมรู้ดี! และพวกเราต่างก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน!” พูดจบเขาก็ยืดอกน้อย ๆ อย่างภาคภูมิใจ
บิดามารดาของพวกเขาล้วนเป็นคนฉลาดเฉลียว เมื่อได้ยินเมิ่งสืออี้พูดเช่นนั้น ดวงตาสองคู่ก็จับจ้องไปที่ลูกชายทันที “พวกเจ้าคิดเหมือนกันอย่างนั้นหรือ? เช่นนั้นแสดงว่าอานิ่งพูดได้ตั้งนานแล้วใช่ไหม?” หลี่เยว่หานถาม
เมิ่งสืออี้เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองหลุดปากจนเกินเลยไป จึงร