พยักหน้าหรือส่ายหน้า แต่นางขมวดคิ้วครุ่นคิดอย่างละเอียดก่อนจะตอบว่า “หากเป็นอย่างที่ท่านว่า หลินเฟิงก็คือชางว่างตัวปลอม หรือก็คือลูกชายกำมะลอของซินเยว่อี ถ้าเช่นนั้นจุดประสงค์ที่ซินเยว่อียอมอยู่ที่เหลียวปี้เลี่ยตงมานานหลายปี ย่อมมีเงื่อนงำให้น่าคิดยิ่งนัก”
“ฮูหยินของข้าช่างเฉลียวฉลาดนัก” เมิ่งฉีฮ่วนยิ้มออกมา “ความจริงแล้วฐานะของซินเยว่อีในตอนนั้นไม่ได้ถูกปิดบังมิดชิดเท่าไรนัก แต่ในเมื่อเหมาเด๋อซิงไม่อยู่ที่ชนเผ่าแล้ว และซินเยว่ชิงก็ตายไปแล้ว ซินเยว่อีจึงกลายเป็นหมากเพียงตัวเดียวที่ใช้ควบคุมเหมาเด๋อซิงได้”
“อย่างไรเสียเหมาเด๋อซิงก็มีฐานะเป็นถึงองค์ชายของชนเผ่าเร่ร่อน ในเผ่านั้นย่อมยังมีผู้จงรักภักดีต่อเขาอยู่บ้าง การเก็บซินเยว่อีไว้จึงไม่เพียงแต่เป็นการรั้งตัวเหมาเด๋อซิง แต่ยังเป็นการควบคุมกลุ่มคนที่เคยติดตามเขาในอดีตด้วย”
“น่าเสียดายที่ซินเยว่อีเป็นเพียงสตรีธรรมดา นางต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้การจับตาดูมานานจนเกินจะทนไหว นางจึงเริ่มเคียดแค้นเหมาเด๋อซิง และยอมทำตามคำสั่งของชนเผ่าเร่ร่อน โดยการเลี้ยงดูนักรบเดนตายคนหนึ่งไว้ในฐานะบุตรชาย หากเหมาเด๋อซิงส่งจดหมายมาเมื่อใด นางก็จะส่งข่าวเหล่านั้นให้ทางชนเผ่าทันที”
“หลังจากใช้ชีวิตอย่างไร้จุดหมายมานานหลายปี จนกระทั่งเหลียวปี้เลี่ยตงถูกตงฮั่นยึดครองในชั่วข้ามคืน ซินเยว่อีก็เกิดแรงผลักดันที่จะเอาชีวิตรอดอย่างแรงกล้า นางคิดจะพาลูกชายลงใต้หนีไปเสี