็รู้สึกน้อยใจขึ้นมาทันที…
เมิ่งฉีฮ่วนได้แต่ทำหน้ามึนงงกึ่งสับสน
“อย่ามองข้าเช่นนั้น ท่านลองตรองดูให้ดีเถิดว่า ระหว่างข้ากับท่าน ใครมีเวลาอยู่ดูแลฟูมฟักพวกเขาสองพี่น้องมากกว่ากัน!” หลี่เยว่หานสำทับด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและเปี่ยมด้วยความชอบธรรม
ในตอนนั้นเอง เมิ่งอิงหนิงก็ตบหลังมือหลี่เยว่หานเบา ๆ ก่อนจะตะเกียกตะกายลงจากอ้อมกอดของมารดา นางเดินเตาะแตะไปหาเมิ่งสืออี้แล้วเอ่ยสั้น ๆ ว่า “น้อย!”
หลี่เยว่หานชะงัก “อะไรน้อย?”
เมิ่งสืออี้กุมมือน้อย ๆ ของน้องสาวไว้ด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนจะเฉลยว่า “น้องสาวบอกว่า ทั้งท่านพ่อและท่านแม่ ต่างก็มีเวลาให้พวกเรา… น้อยนิดเหลือเกินขอรับ!”
หลี่เยว่หาน “…”
เมิ่งฉีฮ่วนหัวเราะร่าออกมาทันที “เห็นไหมเล่า พวกเราน่ะมันประเภทวิ่งห้าสิบก้าวหัวเราะเยาะวิ่งร้อยก้าว * [1] แท้ ๆ!”
[1] วิ่งห้าสิบก้าวหัวเราะเยาะวิ่งร้อยก้าว (五十步笑百步) หมายถึงการที่คนที่มีความผิด/ข้อบกพร่องเหมือนกัน แต่กลับไปหัวเราะเยาะหรือตำหนิผู้อื่น ทั้งที่ความผิดของตนเองก็ไม่ได้น้อยไปกว่ากัน ซึ่งตรงกับสำนวนไทยว่า “ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง”