เองได้ชัดเจน อีกทั้งยังเดินเหินได้คล่องแคล่ว อยู่ในวัยที่กำลังซนทีเดียว ส่วนอานิ่งแม้จะยังไม่เริ่มพูด แต่นางก็ฟังคนอื่นรู้เรื่องแล้ว ทว่าเพราะร่างกายอ่อนแอและมีพัฒนาการช้า นางจึงยังต้องให้คนคอยอุ้มชูอยู่ตลอด ในยามนี้ผู้ที่กำลังส่งเสียงออดอ้อนอวี้จวงอยู่หน้าห้องของหลี่เยว่หานจึงเป็นอาอี้
“คุณชายน้อย พระชายายังไม่ตื่นเลยเจ้าค่ะ ท่านพาคุณหนูไปเล่นรอก่อนดีหรือไม่ หากพระชายาตื่นแล้วข้าจะไปตามทันที” ปากคอของอาอี้นั้นช่างหวานล้ำจนเหล่าสตรีในจวนต่างพากันหลงรัก ปกติแล้วอวี้จวงจะเย็นชากับทุกคนยกเว้นหลี่เยว่หาน แต่กับอาอี้และอานิ่งนางกลับอ่อนโยนให้เหมือนกับที่ปฏิบัติต่อหลี่เยว่หานไม่มีผิด
เมื่อได้ยินอวี้จวงพูดเช่นนั้น อาอี้ก็เบะปากทันที “อานิ่ง พวกเราช่างน่าสงสารนัก เมื่อวานท่านแม่ออกไปเที่ยวเล่นก็ไม่พาเราไปด้วย ยามนี้พี่อวี้จวงยังไม่ยอมให้เราพบท่านแม่อีก น้องหญิง ท่านแม่ไม่ต้องการพวกเราแล้ว!”
พูดจบ อาอี้ก็ทำปากเบะพลางหมุนตัวไปกอดขาแม่นมที่อุ้มอานิ่งอยู่ ซุกหน้าลงกับท่อนขาแล้วร้องไห้โฮออกมา
อวี้จวงเห็นแล้วก็ใจอ่อนยวบทันที “คุณชายอาอี้ อย่าเพิ่งร้องเลยเจ้าค่ะ ข้าจะเข้าไปดูให้เดี๋ยวนี้ว่าพระชายาตื่นหรือยัง ท่านอย่าร้องเลยนะเจ้าคะ!”
พอได้ยินคำพูดนั้น อาอี้หันขวับกลับมาทันที ใบหน้าจิ้มลิ้มเปลี่ยนเป็นยิ้มร่า “ขอบคุณพี่อวี้จวงผู้แสนสวยและใจดี!” ใบหน้าเล็ก ๆ ราวกับสลักจากหยกนั้นสะอาดเกลี้ยงเกลา ไม่ม