ียงไม่นานก็เกล้าผมมวยให้หลี่เยว่หานจนเสร็จสิ้น
หลี่เยว่หานมองเงาตัวเองในกระจกแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ “เจ้าตั้งใจจะให้ข้าย้อนกลับไปเป็นสาวแรกรุ่นอีกครั้งหรืออย่างไร!” อวี้จวงไม่รู้คิดอย่างไรถึงเกล้ามวยผมคู่ที่ขมับทั้งสองข้าง แม้จะเป็นรูปแบบมวยผมของสตรีที่แต่งงานแล้วอย่างหนึ่ง แต่มันดูอ่อนหวานน่ารักจนเหล่าดรุณีที่ยังไม่ออกเรือนนิยมทำกัน ต่างกันเพียงพวกนางมักจะไม่รวบผมหน้าม้าขึ้นไปทั้งหมด
อวี้จวงจัดแต่งทรงผมอย่างประณีตเสร็จแล้วก็หยิบเครื่องประดับผมชุดใหญ่เตรียมจะปักลงไป
หลี่เยว่หานรีบห้ามไว้ทันควัน “อย่าเชียวเจ้าค่ะ อย่าเชียว! ขืนปักชุดนี้ลงไป คอข้าคงได้หักพอดี!”
ได้ยินดังนั้น อวี้จวงจึงเอียงคอคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายจึงเลือกสวมรัดเกล้าและปักปิ่นเพียงหนึ่งเล่ม ประดับมวยผมด้วยดอกไม้ประดิษฐ์เล็ก ๆ พอให้ดูสวยงาม ก่อนจะแต่งแต้มใบหน้าให้ดูสดใสเป็นธรรมชาติสไตล์วันสบาย ๆ เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้น
หลี่เยว่หานมองดูตนเองในกระจกที่ดูเปล่งปลั่งขึ้นใหม่ จึงถามอวี้จวงอีกครั้ง “วันนี้มีเรื่องอันใดกันแน่?”
“ไม่มีจริง ๆ เจ้าค่ะ” อวี้จวงเอียงคอยิ้ม “พระชายาสิริโฉมปานนี้ สมควรที่จะต้องแต่งกายให้งดงามเจ้าค่ะ!”
เมื่อเห็นว่าอวี้จวงไม่ยอมบอก หลี่เยว่หานก็ไม่ซักไซ้ต่อ นางหยิบหม้อน้ำร้อนทั่งผอจื่อขึ้นมาอุ่นมือ แล้วจึงเดินออกจากห้องไปหาอาอี้และอานิ่ง
พอนางออกมา ก็เห็นเจ้าเด็กจอมซนอาอี้กำลังวิ่งเล่นอยู่ในลานเรือน