านเทียนจะมีฝีมืออย่างทุกวันนี้ได้ ก็เพราะเยว่หานลงมาติชมรสชาติด้วยตัวเองทั้งนั้น”
สวีซิ่งอี้ถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง
แม้เขาจะรู้ว่าหลี่เยว่หานชอบมาทานข้าวที่นี่ แต่ตั้งแต่รู้จักกันมา เขาก็เห็นนางยุ่งอยู่กับงานหลายอย่างจนแทบไม่มีเวลามาหอฝานเทียน เขาเคยคิดว่าเป็นแค่ข่าวลือเสียด้วยซ้ำ นึกไม่ถึงว่าจะเป็นเรื่องจริง!
สุราของหอฝานเทียนนั้นเป็นเลิศ แต่อาหารกลับยอดเยี่ยมยิ่งกว่า! ตอนที่สวีซิ่งอี้กลับมาจากชนบทและมาที่นี่ครั้งแรก เขาไม่มีกะจิตกะใจจะดื่มเหล้ากับสาว ๆ เลยด้วยซ้ำ มัวแต่ตั้งหน้าตั้งตากินจนเดินพุงกางออกจากร้านเหมือนวันนี้ไม่มีผิด
แต่นี่เขาเพิ่งจะรู้หรือว่า อาหารที่เลิศรสปานนี้เป็นผลงานของหลี่เยว่หาน?
“ไปกันเถอะ อย่ามัวแต่ยืนบื้ออยู่เลย” เวินเทียนเหล่ยเห็นสวีซิ่งอี้อ้าปากค้างจนแทบจะถึงพื้นก็อดหัวเราะไม่ได้
นี่มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น สิ่งที่น่าทึ่งในตัวผู้หญิงอย่างหลี่เยว่หานยังมีอีกตั้งมากมาย สวีซิ่งอี้นี่ช่างไม่เคยเห็นโลกกว้างเอาเสียเลย!
“ทางนี้ ๆ !” สวีอวิ้นเอ๋อร์ตาไว นางรีบยืนขึ้นและกวักมือเรียกพวกเขาทั้งสองคนทันที
“โอ้… แม่นางคนนี้หน้าตาแฉล้มแช่มช้อยยิ่งนัก เป็นคนใหม่สินะจ๊ะ~” จังหวะนั้นเอง มีขี้เมาคนหนึ่งเดินโงนเงนกอดแม่นางโลมผ่านมา เมื่อได้ยินเสียงของสวีอวิ้นเอ๋อร์ เขาก็หรี่ตาที่ปรือด้วยฤทธิ์สุราแล้วเดินตรงเข้ามาหา
แม่นางโลมคนนั้นพอเห็นหลี่เยว่หานนั่งอยู่ข้าง ๆ ก็เข้าใจสถานการณ์ท