ันที นางรีบกรอกเหล้าเข้าปากขี้เมาคนนั้นแล้วออดอ้อน “นายท่าน มีน้องหญิงอยู่ทั้งคนแล้ว ทำไมยังต้องมองหาแม่นางคนอื่นอีกล่ะเจ้าคะ~” เสียงของนางทั้งหวานและออดอ้อนจนน่าหลงใหล
“ไปพ้น ๆ !” ขี้เมาคนนั้นถลึงตาใส่แม่นางโลม “ข้ามีเงิน วันนี้ข้าอยากได้สองคน!” พูดจบเขาก็ผลักแม่นางโลมที่บอบบางคนนั้นออกไป แล้วเอื้อมมือจะมาคว้าตัวสวีอวิ้นเอ๋อร์
สวีอวิ้นเอ๋อร์มัวแต่ทักทายพี่ชายและเวินเทียนเหล่ย ส่วนหลี่เยว่หานเองก็ไม่ได้สังเกตเห็นขี้เมาคนนี้ในตอนแรก
ในขณะที่มือของขี้เมาคนนั้นกำลังจะถึงแขนเล็ก ๆ ของสวีอวิ้นเอ๋อร์ ก็มีชายคนหนึ่งโผล่มาจากที่ใดไม่ทราบเข้าขวางไว้ มือของขี้เมาจึงคว้าหมับเข้าที่หน้าอกของชายคนนั้นแทน
ขี้เมาตาค้างไปครู่ใหญ่ พยายามนึกว่าสิ่งที่เขาคว้าได้คืออะไร
ตอนนี้สวีอวิ้นเอ๋อร์รู้สึกตัวแล้ว นางรีบมุดเข้าไปในอ้อมกอดของหลี่เยว่หานด้วยความหวาดกลัว สวีซิ่งอี้เองก็ลืมความรู้สึกอึดอัดที่พุงไปจนสิ้น เขาฉุดแขนเวินเทียนเหล่ยแล้วรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาทันที
“จะไสหัวไปดี ๆ ไหม?” ชายลึกลับถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“แกเป็นใคร!” ขี้เมาผลักชายคนนั้นออกไป แต่เขากลับไม่ขยับเลยสักนิด มีแต่ตัวเองที่เซแซด ๆ ถอยหลังไปหลายก้าวเกือบจะล้มพับ “บัดซบ! แกรู้ไหมว่าข้าเป็นใคร ข้าคือ…”
“ไอ้ซุนเผิง ไอ้ลูกเต่าเอ๊ย กล้าดีอย่างไรมาแตะต้องน้องสาวข้า!” สวีซิ่งอี้มาถึงพอดี เขากระโดดถีบเข้ากลางอกจนขี้เมาล้มคว่ำลงกับพื้น
ซุนเผ