ี่ยงคืน สุดท้ายนางก็ทนความอ่อนล้าไม่ไหว เผลอหลับคาโต๊ะหนังสือไปในที่สุด
ความจริงแล้ว สำหรับแคว้นตงฮั่น ระบอบใหม่นี้อาจดูเหมือนเรื่องเพ้อฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง แต่สำหรับหลี่เยว่หานและหลี่ต้าเฉิง มันคือ ‘การปฏิรูปที่ดิน’ ที่พวกเขาเคยเล่าเรียนมาในวิชาประวัติศาสตร์และการเมือง
นั่นคือผลสำเร็จที่เหล่าผู้รักชาติยอมหลั่งเลือดชโลมดินเพื่อให้ได้มา ทุกรายละเอียดถูกพิจารณามาอย่างรอบคอบถี่ถ้วน หากประกาศใช้ได้จริง ย่อมส่งผลดีมหาศาลต่อการพัฒนาเกษตรกรรมอย่างแน่นอน
ความรุ่งเรืองของแคว้นหนึ่ง ๆ ปริมาณเสบียงอาหารที่กักตุนไว้คือตัวตัดสินทุกสิ่ง
ย้อนกลับไปเมื่อปีก่อน หลี่เยว่หานแอบกว้านซื้อเสบียงจากพ่อค้าทั่วเมืองหลวงมากักตุนไว้ จนราชสำนักจำต้องเปิดคลังหลวงออกใช้ ผลปรากฏว่าเสบียงในคลังหลวงกลับอยู่ได้ไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ สุดท้ายก็ต้องใช้วิธีบังคับเก็บเกณฑ์เสบียงจากบ้านพวกตระกูลขุนนางมาเพื่อพยุงสถานการณ์ไว้ชั่วคราว
ในยามนั้น ราคาเสบียงพุ่งสูงขึ้นรายวัน ราษฎรมากมายไม่มีปัญญาหาซื้อจนต้องไปนั่งร้องไห้คร่ำครวญอยู่หน้าโรงทานของทางการ และหลังจากเหตุการณ์นั้นเองที่สวีติ้งหลานเริ่มรู้สึกราง ๆ ว่า ราชสำนักในยามนี้ช่างดูอ่อนแอและเปราะบางเหลือเกิน
ต่อมาเมื่อได้ฟังหลี่เยว่หานพูดถึงระบอบปฏิรูปที่ดินที่อำเภอฮัวซี และฟังเมิ่งฉีฮ่วนปรึกษาเรื่องการตัดลดขุนนางและตำแหน่งงานที่เกินความจำเป็น สวีติ้งหลานจึงเพิ่งหูตาสว่าง
ตระกู