กเท่าไหร่ ประมาณห้าสิบกว่าร้านเห็นจะได้” หลี่เยว่หานเอ่ยพลางวางสมุดบัญชีที่ตรวจเสร็จแล้วไว้ด้านข้าง “หอฝานเทียนก็เป็นของข้า อยากไปเที่ยวเล่นบ้างหรือไม่?”
“อยากเจ้าค่ะ!” สวีอวิ้นเอ๋อร์พยักหน้าหงึกหงัก “ข้ายังอยากไปหาอาอี้กับอานิ่งด้วย!”
สวีซิ่งอี้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เริ่มอยู่นิ่งไม่ได้ “จะไปทำไม หอฝานเทียนเป็นที่ที่เด็กผู้หญิงควรจะไปอย่างนั้นรึ!” ตั้งแต่หลี่เยว่หานบอกว่าร้านถานไขว้เป็นของนาง สวีซิ่งอี้ก็ทำหน้าบึ้งตึงอยู่แล้ว พอได้ยินหลี่เยว่หานชวนสวีอวิ้นเอ๋อร์ไปหอฝานเทียน เขาก็ถึงกับทนไม่ไหว
ที่… ที่พรรค์นั้น มันใช่ที่เที่ยวสำหรับเด็กผู้หญิงที่ไหนกัน!
“ร้านของพี่สาวเยว่หาน ทำไมข้าจะไปไม่ได้!” สวีอวิ้นเอ๋อร์ย่นจมูกใส่สวีซิ่งอี้ “ยังไงพี่สาวเยว่หานก็เป็นคนพาข้าไป ข้าไม่ได้ไปกับท่านเสียหน่อย! เชอะ!”
“คุยอะไรกันอยู่รึ ดูครึกครื้นเชียว” เวินเทียนเหล่ยเดินยิ้มกริ่มเข้ามา “หิมะตกหนักเช่นนี้ พวกเจ้าจะไปเที่ยวที่ไหนกัน?”
พอเห็นเวินเทียนเหล่ย สวีซิ่งอี้ก็เหมือนเห็นผู้ช่วยชีวิต เขารีบก้าวเข้าไปหาทันที “นายน้อยเจ็ด! พระชายาบอกว่าจะพายัยเด็กอวิ้นเอ๋อร์ไปหอฝานเทียน! นั่นมันที่เที่ยวของเด็กผู้หญิงรึไง! เจ้าช่วยพูดทีสิ ช่วยเตือนพวกนางหน่อยสิ จะขัดคำสั่งข้าเกินไปแล้ว!”
“ถ้าเจ้าไม่เรียกข้าว่าไอ้หิน ข้าอาจจะพอช่วยพูดกับแม่นางน้อยทั้งสองให้ได้บ้าง” เวินเทียนเหล่ยขยับสีหน้าให้ดูเคร่งขรึมขณะมองสวีซิ่งอี้ “