ี่เยว่หาน “ข้าเอาของอร่อยมาฝาก!”
นับตั้งแต่ท่านแม่ทัพสวีขึ้นเหนือไป สวีซิ่งอี้ก็ดูสำรวมขึ้นมาก อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้แอบไปบ้านคนอื่นตอนกลางคืนเพื่อจุดประทัดส่งเสียงดังทั้งคืนอีกแล้ว
เขามักจะมาหาหลี่เยว่หานพร้อมกับเวินเทียนเหล่ยบ่อย ๆ และบางครั้งก็น้องสาวติดสอยห้อยตามมาด้วย แม่นางน้อยผู้นี้มีนามว่าสวีอวิ้นเอ๋อร์ นางถูกชะตากับหลี่เยว่หานมาก มักจะเดินตามหลังสวีซิ่งอี้มาหาหลี่เยว่หานอยู่เสมอ
“ถานไขว้รึ” หลี่เยว่หานเพียงแค่ได้กลิ่นในอากาศก็รู้ทันทีว่าเป็นเนื้อพะโล้จากร้านของนางเอง แถมยังเป็นแบบที่เพิ่งขึ้นจากเตาเสียด้วย
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ” สวีอวิ้นเอ๋อร์โผล่หัวออกมาจากข้างหลังสวีซิ่งอี้ แม้นางจะไม่ใช่น้องสาวแท้ ๆ แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็นับว่าแน่นแฟ้นมาก “พี่สาวเยว่หานต้องลองชิมดูให้ดีนะเจ้าคะ เนื้อห่อนี้ไม่เพียงแต่ราคาแพง แต่ยังหาซื้อยากมากอีกด้วย ระหว่างทางข้าอยากกินจะแย่แต่พี่ชายก็ไม่ยอมให้กิน ช่างขี้งกเสียจริง!”
ได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานก็คลี่ยิ้มกว้าง “วันหน้าหากอวิ้นเอ๋อร์อยากกินก็บอกข้าได้เลย ร้านถานไขว้นี้เป็นของข้าเอง”
“จริงหรือเจ้าคะ!” สวีอวิ้นเอ๋อร์มีใบหน้ากลมน่าเอ็นดู ดวงตากลมโต ปากนิดจมูกหน่อย เวลาทำแก้มป่องจะดูน่ารักเหมือนซาลาเปาลูกเล็ก ๆ เมื่อได้ยินหลี่เยว่หานพูดเช่นนั้น นางก็เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ “พี่สาวเยว่หาน! ท่าน… ท่านมีร้านค้าอยู่เท่าไหร่กันแน่เจ้าคะ?”
“ก็ไม่มา