หลิงอวิ๋นก็ได้แต่นั่งชมความครึกครื้นนี้อย่างสำราญพระทัย
ด้านจงเจิ้งเสียน ในตอนแรกเขายังคงนิ่งสงบได้ แต่พอนานวันเข้าเขาก็เริ่มอยู่ไม่สุขและร้อนรนขึ้นมาเรื่อย ๆ
เดือนพฤศจิกายนของปีนั้น เมิ่งฉีฮ่วนสรุปรายละเอียดของการปฏิรูปที่ดินจนเสร็จสิ้น และท่ามกลางเสียงคัดค้านจากขุนนางทั้งราชสำนัก เขาก็ได้กำหนดให้อำเภอฮัวซีเป็นพื้นที่นำร่อง
ทว่าในตอนนั้นเอง สถานการณ์ทางเมืองชายแดนภาคเหนือกลับวิกฤตขึ้นมาอย่างกะทันหัน ชนเผ่าเร่ร่อนที่พักฟื้นสะสมกำลังมานานกว่าครึ่งปี ได้ยกทัพฝ่าพายุหิมะกลับมาโจมตีอีกครั้ง แม้เหล่าทหารจะอาศัยอยู่ที่ชายแดนภาคเหนือมานาน แต่หากเทียบกับชนเผ่าเร่ร่อนแล้ว พวกเขาก็ยังมิอาจปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศที่เลวร้ายเช่นนี้ได้ดีพอ
เมืองชายแดนที่เคยแข็งแกร่งดุจปราการเหล็ก กลับถูกลอบโจมตีเพราะกำลังพลส่วนใหญ่ถูกส่งไปบูรณะเมืองเหลียวปี้เลี่ยตง พวกศัตรูฉวยโอกาสเผาคลังเสบียงจนวอดวายและทำลายแนวป้องกันเมือง ทำให้กองทัพชายแดนสูญเสียอย่างหนัก
สวีติ้งหลานอาสาขอรับคำสั่ง นำกำลังพลสิบหมื่นนายจากกองทัพชานเมืองหลวงมุ่งหน้าไปสมทบที่ชายแดนทันที
แผนการปฏิรูปที่ดินที่เพิ่งจะเตรียมประกาศใช้ จึงจำต้องถูกระงับไว้ชั่วคราว
วันหนึ่ง ขณะที่หลี่เยว่หานกำลังตรวจบัญชีอยู่ที่ภัตตาคารแปดเซียน สวีซิ่งอี้ก็เดินถือห่อเนื้อตุ๋นน้ำแดงเล็ก ๆ เข้ามา
เขาสะบัดหิมะที่เกาะตามตัวออกพลางเชิดหน้าขึ้น แล้ววางห่อเนื้อนั้นลงตรงหน้าหล