รือเรื่องสำคัญกับพ่อตาที่ห้องหนังสือ
แม้จะอยู่เล่นกับเสี่ยวอี้และเสี่ยวเหนี่ยน แต่หลี่เยว่หานก็ดูเหม่อลอยไร้ชีวิตชีวา ในหัวของนางมีแต่ภาพบาดแผลบนตัวบิดา จิตใจวุ่นวายสับสนไปหมด
จะว่าไปแล้ว เรื่องการผลักดันระบอบใหม่นี้ นางเป็นคนแรกที่เสนอขึ้นมา
แม้ในปัจจุบันจะเป็นยุคของขุนนาง กสิกร ช่าง และวานิช ที่ฐานะของเหล่าเกษตรกรไม่ได้ต่ำต้อย ทว่าเบื้องหน้าของพวกเขาก็ยังมีชนชั้นของเหล่าขุนนางขวางกั้นอยู่อีกชั้นหนึ่ง
อำนาจของตระกูลขุนนางที่สืบทอดมานับร้อยปีช่างยิ่งใหญ่นัก พวกเขาไม่เพียงครอบครองที่ดินที่ได้รับพระราชทานมาตั้งแต่ตั้งแคว้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายชั่วอายุคน ย่อมมีคนละโมบที่ไม่รู้จักพอ คอยเบียดบังที่นาของราษฎร บีบบังคับให้ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ต้องไปหักร้างถางพงให้พวกเขา แล้วริบเสบียงอาหารที่เก็บเกี่ยวได้ไปมากกว่าแปดส่วน
ไม่เพียงเท่านั้น ทั้งผืนป่า นาเกลือ และคลังเสบียง ซึ่งเป็นรากฐานของการดำรงชีวิตล้วนตกอยู่ในมือของพวกขุนนางตระกูลใหญ่ เกษตรกรตรากตรำทำนามาตลอดทั้งปี ครั้นเมื่อถึงปลายปี นอกจากจะไม่มีกินแล้ว ยังมิหนำซ้ำต้องเป็นหนี้เสบียงส่งคืนให้พวกขุนนางเสียอีก
ราษฎรต้องทนหิวโหยไร้เครื่องนุ่งห่ม อดทนทำงานหนักในป่าไม้แต่กลับได้รับเงินค่าจ้างเพียงน้อยนิดจนซื้อเสบียงไม่พอประทังชีวิต ในแต่ละปีมีผู้คนมากมายที่ทนความหนาวเหน็บและความหิวโหยในฤดูหนาวไม่ไหวจนต้องตายอย่างน่าอนาถตามข้างถนนหรือในบ้านตนเ