เมื่อคิดได้ดังนั้น หลี่เยว่หานจึงพยักหน้าให้ฮูหยินโจว “ข้าจะฟังตามที่ท่านแนะนำเจ้าค่ะ”
“พระชายา!” เฮ่อเจิ้งเทียนเดินเข้ามาในครัวพอดี เมื่อเห็นหลี่เยว่หานกำลังสนทนากับฮูหยินโจว เขาก็เกรงว่าพระชายาจะเกิดความไม่พอใจในคำสั่งประหารล้างตระกูลของท่านอ๋อง จึงรีบเอ่ยขัดขึ้นด้วยความร้อนรน
“คือ… ท่านอ๋องกำลังตามหาท่านอยู่พะยะค่ะ!”
“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้” หลี่เยว่หานพยักหน้า พลางส่งสายตาให้ฮูหยินโจวเบาใจ จากนั้นจึงกำชับงานในครัวให้เรียบร้อยแล้วเดินตามเฮ่อเจิ้งเทียนไปพบเมิ่งฉีฮ่วน
เมิ่งฉีฮ่วนกำลังจัดการราชการอยู่ในห้องหนังสือชั่วคราว เมื่อเห็นหลี่เยว่หานมาถึง เขาก็รีบลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะออกมา แล้วดึงนางเข้าสู่อ้อมกอดทันทีโดยไม่เอ่ยคำใด
เฮ่อเจิ้งเทียนช่างรู้ความ เขาค่อย ๆ ถอยออกไปเงียบ ๆ พร้อมกับโบกมือไล่คนรอบข้างให้ออกไป เพื่อให้ท่านอ๋องและพระชายาได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันตามลำพัง
“เมื่อวานเป็นความผิดของข้าเอง” เมิ่งฉีฮ่วนกระซิบที่ข้างหูของนางด้วยเสียงแผ่วเบา “หากข้าอยู่เคียงข้างเจ้าตลอดเวลา เหมาต้าคงไม่มีโอกาสลงมือกับเจ้าได้”
หลี่เยว่หานได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะเบา ๆ พลางตบหลังเขาปลอบใจ “ข้าก็ไม่ได้เป็นอะไรเสียหน่อย อีกอย่างข้ามีพลังจิตสัมผัสวิญญาณ เมื่อวานเหมาต้าโดนข้าซัดเข้าให้เต็ม ๆ ข้าคาดว่าตอนนี้เขาน่าจะกลายเป็นคนปัญญาอ่อนไปแล้วกระมัง”
“จริงหรือ?” เมิ่งฉีฮ่วนผละออกมา มือจับที่ไหล่ทั้งสองข้างของนาง
“จร