ริบตาเดียว กลับจะพากันไล่ตระกูลเหมาออกจากอำเภอเสียแล้ว?
แล้วที่คนคนนั้นพูดเมื่อครู่หมายความว่าอย่างไร? ทำงานในนาเกลือได้วันละห้าสิบอีแปะ แถมเกลืออีกสองตำลึง? จะมีเรื่องดีงามเยี่ยงนั้นได้อย่างไร!
“ข้าว่าพวกเจ้าต้องเป็นหน้าม้าที่ท่านอ๋องกับพระชายาจ้างมาแน่ ๆ! ถึงได้เอาแต่พูดจาเยินยอพระชายาใจดำคนนั้น!” เหมาเด๋อซิงสติขาดผึง ลุกพรวดพราดขึ้นมาตะโกน “แม่เลี้ยงพระชายาแต่งเข้าบ้านข้า ข้าเหมาเด๋อซิงก็คือพ่อครึ่งหนึ่งของพระชายา! ข้านี่แหละคือเชื้อพระวงศ์!”
“แปะ ๆ ——” หลี่เยว่หานยืนตบมืออยู่ด้านหลังเหมาเด๋อซิงพลางหัวเราะร่า “ท่านอาเหมาพูดได้ถูกต้อง ท่านอาเหมาคือพ่อครึ่งหนึ่งของพระชายาจริง ๆ!”
“ได้ยินแล้วใช่หรือไม่!” เหมาเด๋อซิงยักคิ้วหลับตาพริ้มอย่างลำพองใจ
“แต่ท่านอาเหมาเจ้าคะ ยามที่ข้าส่งคนไปเจรจาเรื่องหย่าขาดระหว่างตระกูลเหมากับหวังเฟิ่ง เพื่อมิให้ข้าเอาความเรื่องที่ท่านทารุณกรรมนาง ท่านกลับอ้าปากขู่เข็ญเรียกเงินจากข้าถึงห้าร้อยตำลึงเงิน พร้อมคำมั่นว่าจะมิขอข้องแวะต่อกันอีกจนวันตาย ท่านลืมสิ้นแล้วหรือเจ้าคะ?” หลี่เยว่หานเอ่ยด้วยรอยยิ้มเย็น ขณะมองดูเหมาเด๋อซิงค่อย ๆ หันหน้ากลับมาด้วยความตกตะลึงจนสุดขีด
“เจ้า… เจ้า…” เหมาเด๋อซิงชี้นิ้วมาที่หลี่เยว่หานด้วยความมึนงง พยายามจะเอ่ยคำว่า ‘เจ้า’ ซ้ำไปซ้ำมาแต่กลับพูดมิออกแม้แต่คำเดียว
ในตอนนั้นเอง เมิ่งฉีฮ่วนพร้อมด้วยเฮ่อเจิ้งเทียนก็เดินฝ่าฝูงชนออกมา