ให้สิ้นซาก ตราบใดที่ยังมีศิษย์สำนักจางอันเหลือรอดอยู่ในโลกแม้เพียงคนเดียว ข้าจะมิมีวันตาย และข้าจะต้องสถิตอยู่ที่ที่พวกมันอาศัยอยู่ตลอดไป”
เมื่อได้ฟังคำเฉลย หลี่เยว่หานก็ถึงกับอึ้ง “แต่… คนสำนักจางอัน… ตายหมดแล้วนะเจ้าคะ…”
พอพูดจบ นางก็พลันนึกถึงคำพูดของสวีติ้งหลานขึ้นมาได้
เขาบอกว่ามีคนลากตัวเขาและสวีซิ่งอี้ออกไป เช่นนั้นแสดงว่าศิษย์สำนักจางอันบางส่วนอาจมิได้อาศัยอยู่ในพระราชวังใต้ดินอย่างนั้นรึ?
“หากพวกมันตายสิ้นแล้ว เจ้าก็ย่อมมิได้เห็นข้าหรอก” ถังเป่ยฝานเอ่ยพลางยิ้มขื่น “เจ้าไปเสียเถิด สิ่งที่เจ้าพูดนั้นถูกแล้ว ที่แห่งนี้กำลังจะถล่ม พวกศิษย์สำนักจางอันที่หลบซ่อนอยู่บนเขาแม้จะมีจำนวนมิมาก แต่การถล่มครั้งนี้ก็เพียงพอจะฝังพวกมันให้ตายตกตามกันไป เมื่อนั้นการรอคอยนับร้อยปีของข้าก็จะถึงจุดสิ้นสุดเสียที”
หลี่เยว่หานรู้สึกสะท้อนใจยิ่งนัก “ท่านมิอยากพบถังตงฝานและถังซีฟานอีกครั้งหรือเจ้าคะ?”
“มิจำเป็นหรอก” ถังเป่ยฝานเอ่ย “ความโดดเดี่ยวหลายร้อยปีทำให้ข้าทรมานและเสียใจยิ่งนัก แม้ข้าจะรักครอบครัวเพียงใด แต่เวลาที่ผ่านมาข้าอยู่ด้วยความอ้างว้างและความแค้นที่ลึกเกินเยียวยา”
หลี่เยว่หานนิ่งเงียบไป
ใจจริงนางปรารถนาให้ถังเป่ยฝานได้พบกับถังซีฟานสักครั้ง เพราะเขายืนหยัดเพื่อสิ่งนี้มานานนับร้อยปี และพวกเขาคือครอบครัวเดียวกัน
ทว่าถังเป่ยฝานก็พูดถูก เขาเจ็บปวดและเสียใจมามากเกินไป การพบกันในสภาพเช่นนี้อ