พวกเขามีกลไกเชื่อมถึงกัน หากคนใดคนหนึ่งหลุดออกมา อีกคนจะถูกกลืนกินทันที ถึงตอนนั้นคงจะช่วยมิทันการณ์แล้ว!”
พูดจบ หลี่เยว่หานก็รวบรวมสมาธิ ยื่นมือออกไปในความว่างเปล่าราวกับกำลังกำเส้นสายพลังจิตของตนไว้แน่น แล้วออกแรงฉุดกระชากกลับมาอย่างสุดกำลัง
เมิ่งฉีฮ่วนเห็นดังนั้นจึงมิรอช้า รีบกุมมือของนางไว้ทันที
อย่างไรเสียหลี่เยว่หานก็เป็นเพียงสตรี การจะฉุดดึงบุรุษร่างใหญ่ถึงสองคนย่อมมิใช่เรื่องง่าย แต่เมื่อมีเมิ่งฉีฮ่วนเข้ามาช่วย ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
แม้เมิ่งฉีฮ่วนจะสัมผัสพลังจิตมิได้ แต่เขาสามารถกุมมือหลี่เยว่หานเอาไว้ แล้วเป็นฝ่ายออกแรงดึงผ่านมือนั้นแทนทั้งหมด
ตึง!สวีติ้งหลานและบุตรชายราวกับถูกใครบางคนเหวี่ยงออกมาอย่างแรง ร่างของทั้งคู่ลอยละลิ่วมาทางนี้ เมิ่งฉีฮ่วนตาไวรีบคว้าตัวหลี่เยว่หานมาป้องกันไว้ใต้ร่าง ร่างของพ่อลูกตระกูลสวีจึงตกลงมากระแทกทับบนหลังของเมิ่งฉีฮ่วนอย่างจัง
“ท่านเป็นอย่างไรบ้าง!” หลี่เยว่หานได้ยินเสียงเมิ่งฉีฮ่วนครางต่ำในลำคอด้วยความเจ็บปวด นางรีบประคองใบหน้าของเขาไว้ แล้วป้อนหว่านอู้เซิงก้อนโตขนาดเท่ากำปั้นเข้าปากเขาในทันที จนเมิ่งฉีฮ่วนแทบจะสำลัก