องไปที่พื้น
หลี่เยว่หานก้มมองแล้วถึงกับชะงักงัน
บนพื้นมีลวดลายขนาดมหึมา มองเผิน ๆ คล้ายรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าธรรมดา แต่เมื่อพินิจดูให้ดีกลับยิ่งดูคุ้นตาอย่างประหลาด เมื่อมีความคาดเดาบางอย่างเกิดขึ้นในใจ นางจึงเงยหน้ามองเมิ่งฉีฮ่วน
เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้าให้นางเบา ๆ “ที่นี่ก็คือแท่นบูชาเช่นกัน”
“แล้วท่านแม่ทัพกับคุณชาย…” หลี่เยว่หานสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหนาวเหน็บ มองไปยังแผ่นหลังของสองพ่อลูกที่ยืนนิ่งมิไหวติง
“เยว่หาน เจ้าลองดูว่าพอจะใช้พลังจิตดึงพวกเขาออกมาได้หรือไม่” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ย
“เจ้าค่ะ ข้าจะลองดู!” หลี่เยว่หานรับคำ
พลังจิตสัมผัสวิญญาณพุ่งทะยานออกมา กลายเป็นเส้นสายยาวเหยียด แม้จะมองมิเห็นด้วยตาเปล่า แต่เมิ่งฉีฮ่วนที่ยืนอยู่ข้างกายกลับสัมผัสได้ถึงขุมพลังอันลึกลับมหาศาลที่พรั่งพรูออกมาจากร่างของหลี่เยว่หาน ก่อนจะแยกออกเป็นสองสายพุ่งไปด้านหน้า
ในชั่วพริบตา พลังจิตของหลี่เยว่หานก็พันรอบเอวของสองพ่อลูกไว้ นางพยายามออกแรงดึงกลับมาทว่ากลับไม่เคลื่อน มิหนำซ้ำแรงต้านยังมหาศาลจนเกือบจะดึงตัวนางให้ถลำเข้าไปหาพวกเขาเสียเอง
“เกิดอะไรขึ้น?” เมิ่งฉีฮ่วนรีบเข้ามาประคองนางไว้ “หากดึงสองคนพร้อมกันมิไหว ก็ลองแยกดึงทีละคนเถิด”
“มิได้เจ้าค่ะ” เหงื่อกาฬซึมชื้นตามไรผมของหลี่เยว่หาน ใบหน้าของนางเริ่มซีดเผือด นางรีบดื่มน้ำพุหว่านอู้เซิงลงไปอึกหนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “พวกเขายืนขนานกันอยู่ ข้าสงสัยว่าใต้เท้าของ