มีปี่มีขลุ่ย “เป็นคนหนุ่มที่เฉียบแหลมจริง ๆ ดูท่าโลกภายนอกในยามนี้ คงเปลี่ยนไปจนข้าแทบจำเค้าเดิมมิได้แล้วกระมัง”
“สรุปแล้วท่านเป็นใครกันแน่!” หลี่เยว่หานถามย้ำอีกครั้ง
“แม่นางน้อย ในมือของเจ้ามีหว่านอู้เซิง เจ้าย่อมต้องรู้ดีกว่าใครว่าข้าคือคนประเภทไหน” ชายผมขาวเอ่ยพลางแสดงสีหน้าผ่อนคลาย “ข้าเพียงมิคาดคิดว่า ในชั่วชีวิตที่เหลืออยู่จะได้เห็นสิ่งของจากยุคสมัยนั้นอีกครั้ง”
ทั้งสามคนตกอยู่ในความเงียบ
สวีซิ่งอี้ฟังไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าชายผมขาวผู้นี้กำลังพูดเรื่องอะไร ทว่าเมิ่งฉีฮ่วนและหลี่เยว่หานกลับเริ่มเดาฐานะของเขาได้แล้ว
“มิปิดบังพวกเจ้า ข้าคือเจ้าสำนักจางอัน เมื่อหลายร้อยปีก่อนสำนักจางอันเริ่มเสื่อมอำนาจลง เพื่อรักษาขุมกำลังหลักของสำนักเอาไว้ ข้าและเหล่าอาวุโสจึงร่วมกันสร้างพระราชวังใต้ดินแห่งนี้ขึ้นมา สถานที่ที่พวกเจ้าอยู่นี้มิใช่หลุมฝังร่วม หากแต่เป็นที่พำนักหลับใหลของศิษย์ในสำนักข้าต่างหาก” ชายผมขาวค่อย ๆ เล่าเรื่องราวในอดีต
เมื่อได้ยินชื่อ “สำนักจางอัน” ทั้งเมิ่งฉีฮ่วนและหลี่เยว่หานต่างก็ใจกระตุกวูบ
นั่นมิใช่สำนักเดิมของถังซีฟานหรอกหรือ?!
“สถานที่แห่งนี้ฮวงจุ้ยดีเลิศ เป็นแหล่งพลังปราณวิญญาณที่หาได้ยากยิ่ง พวกเราจึงสร้างพระราชวังใต้ดินนี้ขึ้นมาอย่างลับ ๆ โดยใช้เวลากว่ายี่สิบปีจึงเสร็จสิ้น ประจวบเหมาะกับตอนนั้นบรรพชนเหยี่ยวดำมาบุกรุกเพื่อล้างแค้น ข้าจึงพาเหล่าศิษย์สายในหนึ่งร้อยคน