ูรกายเขาโคไว้ในพระราชวังใต้ดิน ก็เพื่อขับไล่ผู้ที่หลงเข้ามาให้หนีไป ทว่าใครจะรู้ว่ายังมีคนตกลงมาที่นี่โดยตรงอีกมากมาย เพื่อศิษย์ของข้า ข้าจึงจำเป็นต้องทำ!” ชายผมขาวเอ่ยพลางไอออกมาหลายครั้ง ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มที่ดูเวทนา “ทว่าข้ากลับคิดมิถึงว่า หลังจากใช้เลือดมนุษย์หล่อเลี้ยงเครื่องผนึกแล้ว เด็ก ๆ ที่นอนอยู่ข้างในกลับกลายเป็นอสูรกายไปเสียหมด!”
“เช่นนั้นเหตุใดท่านถึงยังมิหยุดมือ?” เมิ่งฉีฮ่วนเลิกคิ้วถาม
“หากหยุด ข้าเองก็ต้องตายเช่นกัน” ชายผมขาวโอนเอนพิงเสาหินพลางพยุงกายลุกขึ้น “คนที่เจ้าตามหา… คนที่ข้าปลอมตัวเป็นเขาน่ะ เนื่องจากเขามีจิตสังหารรุนแรงเกินไปจนมิอาจใส่ลงในเครื่องผนึกได้ ข้าจึงวางเขาไว้ที่นั่น” เขาชี้ไปที่แท่นบูชาด้านหลัง “ปกติหากเจอคนที่ใส่ลงในเครื่องผนึกมิได้ ข้ามักจะวางทิ้งไว้บนแท่นบูชาแห่งนั้น”
สิ้นคำ ทั้งสามคนก็ทะยานร่างราวกับสายลม พุ่งผ่านชายผมขาวขึ้นไปบนแท่นบูชาเพื่อค้นหาทันที
สวีซิ่งอี้ลงมืออย่างมุทะลุ เขาคว้าจอบน้อยออกมาสับขุดไปทั่วแท่นบูชา
และแล้วพวกเขาก็ได้พบกับสวีติ้งหลานที่นอนสลบไสลมิได้สติอยู่จริง ๆ
“แค่ก แค่ก แค่ก…” ชายผมขาวเห็นพวกเขาพบคนแล้วจึงเบนสายตามาที่หลี่เยว่หาน “เจ้า… ป้อนหว่านอู้เซิงให้เขาเสียหน่อยสิ เขาเพียงสลบไป มิได้รับบาดเจ็บอันใด”
ถึงชายผมขาวมิบอก หลี่เยว่หานก็เตรียมจะป้อนน้ำพุวิญญาณให้สวีติ้งหลานอยู่แล้ว ทว่าพอเขาพูดเช่นนี้ นางกลับชะงักมือแล้วถ