หลี่เยว่หานใจจดจ่ออยู่เพียงความปลอดภัยของเมิ่งฉีฮ่วน นางมิได้นำพาต่อความน่าสะอิดสะเอียนรอบกาย ปราดเข้าไปถีบร่างอสูรกายให้พ้นทาง แล้วออกแรงผลักฝาโลงศพออกทันที
เป็นเมิ่งฉีฮ่วนที่นอนอยู่ในนั้นจริง ๆ!
ทว่ายามนี้เมิ่งฉีฮ่วนหลับตาพริ้ม ภายในโลงศพมีไอสีดำม้วนตัววนเวียน แทรกซึมเข้าสู่รูจมูกของเขาอย่างต่อเนื่องมิขาดสาย เป็นภาพที่ดูประหลาดและน่าสยดสยองยิ่ง
หลี่เยว่หานรีบยื่นมือไปหมายจะคว้าตัวเมิ่งฉีฮ่วน ทว่าทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสไอสีดำ นางกลับถูกความร้อนลวกจนต้องชักมือกลับ
นางตั้งจิตให้มั่น เรียกหว่านอู้เซิงออกมาห่อหุ้มมือไว้ชั้นหนึ่ง แล้วจึงยื่นมือลงไปอีกครั้ง คราวนี้การดึงตัวเขากลับราบรื่น นางลากคนร่างใหญ่กำยำอย่างเมิ่งฉีฮ่วนออกมาจากโลงได้สำเร็จ
หลี่เยว่หานมิกล้าชักช้า นางหยิบกระบวยเงินออกมาป้อนน้ำพุจิตวิญญาณให้เขารวดเดียวหนึ่งกระบวยเต็ม เพียงมินานเมิ่งฉีฮ่วนก็เริ่มสำลักออกมา
เขาสะบัดหน้าพลางอาเจียนออกมาเป็นเลือดสีดำแดงคำโต
“ท่านเป็นอย่างไรบ้าง!” หลี่เยว่หานลนลานถามพลางลูบหลังให้เขาอย่างร้อนใจ
“ข้า… ไม่เป็นไร…” เมิ่งฉีฮ่วนหอบหายใจอย่างหนักพลางเอื้อมมือมากอดหลี่เยว่หานไว้ “ข้าทำให้เจ้าต้องกังวลแล้ว”
ได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็รู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก นางโอบกอดเขาไว้แน่นครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “ข้าพบท่านแม่ทัพสวีแล้ว เขาบอกว่าที่นี่มีอสูรกาย ทันทีที่เขาตกลงมาถึงหลุมฝังร่วมและจุดเทียนไขศพข