บทที่ 569 เข้าสู่ห้องสุสานหลัก
อสูรกายตนนั้นมีพละกำลังมหาศาล แม้กริชในมือของเมิ่งฉีฮ่วนจะคมกริบประดุจตัดเหล็กกล้าให้ขาดได้เหมือนหั่นหยวกกล้วย ทว่าแขนของมันกลับยาวผิดปกติ เขาจึงจำต้องอาศัยความคล่องตัวเข้าหลบหลีกและหาโอกาสลอบจู่โจม ซึ่งนับว่าเป็นศึกที่ตึงมือมิใช่น้อย
หลี่เยว่หานอาศัยช่วงเวลาที่ชายหนุ่มทั้งสองยื้ออสูรกายไว้ รีบเร่งค้นหาประตูหินและคลำหาสลักกลไกอยู่นาน ในที่สุดเมื่อพบนางก็หันกลับมาตะโกนก้อง “ถอยเร็ว!!!”
ทั้งสองคนไม่คิดจะพัวพันต่อและไม่ได้ตั้งใจจะปลิดชีพมันที่นี่ จึงรีบถอยร่นมาทางหลี่เยว่หานอย่างไม่ลังเล
ทว่าอสูรกายตนนั้นกลับรวดเร็วยิ่งนัก เมื่อเห็นว่าพวกเขากำลังมุ่งหน้าไปทางประตูหิน ความเร็วของมันก็เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว
ใจของเมิ่งฉีฮ่วนกระตุกวูบ เมื่อเห็นเงาเลือนรางของมันวูบผ่านสายตาไป เขาก็พลันเดือดดาลขึ้นมาทันที เพราะเป้าหมายของมันคือหลี่เยว่หาน!
เมื่อคิดได้ดังนั้น เมิ่งฉีฮ่วนจึงรีบเร่งใช้วิชาย้ายร่างสลับเงาจนถึงขีดสุด แต่ก็ยังช้ากว่าอสูรกายที่กำลังคลุ้มคลั่งอยู่ก้าวหนึ่ง
ในชั่วพริบตาที่อสูรกายจวนจะถึงตัวหลี่เยว่หาน เมิ่งฉีฮ่วนตัดสินใจโดยสัญชาตญาณ ทะยานกายขึ้นกลางอากาศแล้วซัดกริชออกไปสุดแรง ปักเข้าที่ท้ายทอยของมันอย่างแม่นยำ
ในขณะเดียวกัน หลี่เยว่หานก็เรียกน้ำพุจากหว่านอู้เซิงในมิติต่างภพออกมากระออมใหญ่ แล้วสาดโครมเข้าใส่หัวของมันอย่างจัง
แต่เดิมอสูรกายตนนี้ก็ได้รับบาดเ