นใจว่ารอบกายไม่มีอสูรกายหรือฝูงค้างคาวแล้ว นางก็ออกตัววิ่งไปข้างหน้าอย่างสุดกำลัง
นางต้องไปดูให้แน่ใจเดี๋ยวนี้ว่าคนที่เห็นเมื่อครู่คือเมิ่งฉีฮ่วนจริงหรือไม่!
“จี๊ด——!” เสียงแหลมเล็กทิ่มแทงแก้วหูดังพุ่งเข้ามา หลี่เยว่หานวิ่งไปพลางเหลือบมองฝูงค้างคาวที่เริ่มรวมตัวกันไล่หลังมา เมื่อเห็นว่าพวกมันจวนจะถึงตัว นางก็เหวี่ยงก้อนไฟในมือเข้าใส่ ทำให้ฝูงค้างคาวแตกฮือกระจายไปคนละทิศคนละทาง
หลังจากสกัดการโจมตีได้ชั่วคราว หลี่เยว่หานก็วิ่งนำหน้าไปได้อีกไกลพอสมควร แต่พวกค้างคาวก็ยังคงตามตื้อไม่เลิก นางต้องคอยกวัดแกว่งก้อนไฟในมือไปมาตลอดเวลา ไม่กล้าหยุดพักแม้เพียงชั่วอึดใจเดียว
ห้องสุสานแห่งนี้กว้างขวางเกินไป หลี่เยว่หานวิ่งอยู่นานกว่าจะถึงประตูหินบานที่ยังไม่ได้เปิด นางกวาดสายตาสำรวจรอบ ๆ เมื่อพบว่าไม่มีใครอยู่ตรงนั้น หัวใจก็ลอบโล่งอกขึ้นมาบ้าง
นางวิ่งวนหาจนรอบ จนกระทั่งถูกฝูงค้างคาวกลุ่มใหญ่บินมาขวางทางเบื้องหน้า
ในจังหวะที่นางเหวี่ยงก้อนไฟออกไปนั้นเอง ปลายแขนเสื้อที่ใช้มัดก้อนเสื้อไว้กลับถูกไฟเผาจนขาดสะบั้นอย่างไม่เป็นใจ ก้อนไฟพุ่งกระเด็นออกไปกลางฝูงค้างคาวทันที
กลิ่นไหม้ตลบอบอวลไปทั่วทั้งอากาศ หลี่เยว่หานไม่กล้าประมาท นางใช้แรงทั้งหมดที่มีวิ่งสุดฝีเท้ากลับไปยังทางออกฉุกเฉิน
ฝูงค้างคาวที่ขวางหน้าอยู่เริ่มเสียขบวน อีกทั้งก้อนไฟยังไม่มอดดับ ค้างคาวจำนวนมากจึงพุ่งเข้าหาก้อนไฟแทน ค้างคาวที่ไล่ตามนาง