มาจึงลดน้อยลง
หลี่เยว่หานกัดฟันวิ่งมุ่งหน้าไปยังทางออก ทว่ายังไม่ทันจะถึงจุดหมาย จู่ ๆ ก็มีมือปริศนาพุ่งออกมาคว้าตัวนางลากไปอีกทาง
“ชู่!” เมิ่งฉีฮ่วนใช้มือปิดปากหลี่เยว่หานไว้ เพื่อกดเสียงร้องด้วยความตกใจที่กำลังจะหลุดออกจากลำคอของนาง
ทันทีที่ได้ยินเสียงของเมิ่งฉีฮ่วน เส้นประสาทที่ขึงตึงของหลี่เยว่หานก็ผ่อนคลายลงทันที
“ค้างคาวพวกนี้มีบางอย่างประหลาด ในห้องนี้ยังมีอสูรโลหิตค้างคาวอยู่อีกตน โชคดีที่มันถูกก้อนไฟของเจ้าดึงดูดความสนใจไปเสียก่อน” เมิ่งฉีฮ่วนกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูนาง
หลี่เยว่หานพยักหน้าเบา ๆ พลางดึงมือที่ปิดปากออกแล้วกระซิบตอบ “ข้าเข้ามาจากทางออกฉุกเฉิน มันอยู่ทางโน้น ข้าจะพาเจ้าไป!”
กล่าวจบ หลี่เยว่หานก็จูงมือเมิ่งฉีฮ่วนพลางรั้งร่างสูงใหญ่ของเขาให้ก้มตัวลง แล้วอาศัยจังหวะที่ค้างคาวรุมล้อมกองไฟและแสงเทียน พาเขาลัดเลาะมุ่งหน้าไปยังทางออกอย่างคล่องแคล่ว
“ระวัง!” เมื่อใกล้จะถึงจุดหมาย เมิ่งฉีฮ่วนก็กระชากตัวหลี่เยว่หานถอยหลังกลับมาหนึ่งก้าว
ร่างของหลี่เยว่หานชนเข้ากับอ้อมอกของเมิ่งฉีฮ่วน นางเงยหน้าขึ้นมองท่ามกลางแสงรำไร และพบว่าอสูรกายเงากำลังยืนตระหง่านขวางทางอยู่เบื้องหน้าทางออก
“…” หลี่เยว่หานกัดฟันกรอด กำพลั่วในมือแน่น เตรียมจะฟาดลงไปสุดแรง แต่เมิ่งฉีฮ่วนกลับหยิบเทียนออกมาจากไหนไม่รู้ เขาจุดมันอย่างรวดเร็วแล้วปาเข้าใส่อสูรกายเงาทันที
ไม่ว่าอสูรกายเงาจะเป็นตัวอะไรกันแน่ แต่