ทันทีที่เปลวไฟสัมผัสร่าง เพียงพริบตาเดียวไฟก็ลุกท่วมตัวมันไปทั่วทั้งร่าง
“จี๊ด——!” ฝูงค้างคาวแผดเสียงแหลมสูงขึ้นมาอีกระลอกจนหลี่เยว่หานรู้สึกปวดหัวไปหมด
เมิ่งฉีฮ่วนฉวยโอกาสนี้คว้าพลั่วจากมือหลี่เยว่หานแล้วฟาดออกไปสุดกำลัง อสูรกายเงาถูกพลั่วตัดขาดเป็นสองท่อน ล้มลงแน่นิ่งกับพื้นทันที
เสียงกระพือปีกดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ทั้งสองไม่กล้าชักช้า เมิ่งฉีฮ่วนใช้เท้าเตะซากอสูรกายทั้งสองส่วนกระเด็นไปไกล เมื่อทั้งคู่พุ่งไปถึงทางออก สวีซิ่งอี้ก็เปิดประตูหินรับได้ทันเวลาพอดี
เมิ่งฉีฮ่วนส่งตัวหลี่เยว่หานออกไปก่อน จากนั้นจึงม้วนตัวกลิ้งตามออกมาได้สำเร็จก่อนที่ประตูหินจะเลื่อนปิดลงเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด
“ดีเหลือเกิน!” หลี่เยว่หานยันกายขึ้นจากพื้นแล้วโผเข้ากอดเมิ่งฉีฮ่วนทันที “ดีจริงๆ ที่เจ้าไม่เป็นอะไร!” นางเพิ่งจะมารู้สึกหวาดกลัวย้อนหลัง หากนางไม่ย้อนกลับเข้าไป เมิ่งฉีฮ่วนอาจจะถูกค้างคาวพวกนั้นรุมทำร้ายจนย่ำแย่ไปแล้วก็ได้!
สวีซิ่งอี้ที่ยืนถือเทียนอยู่ด้านข้าง มองดูคนทั้งสองโอบกอดกันเงียบ ๆ โดยไม่คิดจะทำลายบรรยากาศแห่งความปิติหลังจากรอดตายมาได้
“เอาละ ไม่ร้องนะ หากร้องอีกข้าจะไม่ให้กินขนมแล้ว” เมิ่งฉีฮ่วนกอดหลี่เยว่หานไว้แน่นเช่นกันพลางลูบหลังนางเบา ๆ น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่เอ็นดูอย่างปิดไม่มิด
ได้ยินดังนั้นหลี่เยว่หานจึงยอมปล่อยมือจากเขา แน่นอนว่าน้ำมูกน้ำตาของนางถูกเช็ดจนเกลี้ยงอยู่ที่หัวไหล