คนที่ออกมาจากประตูอีกบานเมื่อครู่ ท่านเห็นหรือไม่ว่าเป็นใคร?”
เมื่อได้ยินคำถาม สวีซิ่งอี้ก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า “ไม่เห็น… ระยะมันไกลเกินไป ข้ามองไม่ชัดหรอก”
“จะเป็นไปได้อย่างไร ตรงประตูบานนั้นยังมีเทียนเหลืออยู่อีกเล่มหนึ่งนะ” หลี่เยว่หานไม่ปักใจเชื่อ
“ข้ามัวแต่พะวงเรื่องความปลอดภัย ไม่ทันได้ยินเสียงประตูอีกบานเลยด้วยซ้ำ พอเจ้าโพล่งออกมาอย่างกะทันหัน ข้าเองก็ขวัญหนีดีฝ่อไปไม่น้อย” สวีซิ่งอี้กล่าวพลางถอนใจ เขาหยิบตะบันไฟออกมาจุดเทียนที่หลี่เยว่หานกำไว้แน่นจนสว่างขึ้นอีกครั้ง
เมื่อมีแสงสว่าง หลี่เยว่หานจึงค่อยสงบใจลงได้บ้าง
“ไม่รู้ว่าจะเป็นเมิ่งฉีฮ่วนหรือไม่…” ความกังวลระลอกใหม่จู่โจมหัวใจของนางทันที
นางไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบยัดเทียนใส่มือสวีซิ่งอี้แล้วแย่งพลั่วมาจากเขา ตั้งท่าจะกลับไปกดกลไกประตูหินอีกครั้ง
“เจ้าจะทำอะไร?” สวีซิ่งอี้ชูเทียนขึ้นขวางทางนางไว้ “กว่าจะหนีรอดออกมาได้ เจ้ายังจะกลับเข้าไปหาที่ตายอีกหรือ?”
“ปล่อยข้า!” หลี่เยว่หานสะบัดมือสวีซิ่งอี้ออกอย่างไม่เกรงใจพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้าต้องไปดูให้แน่ใจว่าคนผู้นั้นคือเมิ่งฉีฮ่วนหรือไม่!”
“เจ้าบ้าไปแล้วหรือ! ข้างในนั่นมีแต่อสูรกายและฝูงค้างคาว!” สวีซิ่งอี้คว้าข้อมือของนางไว้แน่นอีกครั้งอย่างไม่ยอมลดละ “ต่อให้คนข้างในคือฉีอ๋อง ด้วยวรยุทธ์ของเขา ย่อมสามารถเอาตัวรอดออกมาได้อย่างปลอดภัย เจ้าเข้าไปยามนี้ก็มีแต่จะ