องกันไม่ให้ห้องโถงสุสานถูกน้ำท่วมขังจนเสียหาย”
“พวกช่างไม่อยากถูกฝังทั้งเป็นไปพร้อมกับเจ้าของสุสาน ดังนั้นตอนสร้างจึงมักแอบทำทางออกลับไว้ให้ตนเอง ซึ่งทางออกนี้ต้องทำให้แนบเนียนที่สุด ข้าเดาว่าช่างที่สร้างสุสานแห่งนี้คงใช้ช่องระบายอากาศเป็นทางออก จึงได้ทิ้งเครื่องหมายไว้กันหลงทาง”
เมื่อหลี่เยว่หานได้ยินว่าที่นี่คือสุสานก็นึกประหม่าขึ้นมา ยิ่งฟังคำอธิบายของสวีซิ่งอี้ก็ยิ่งรู้สึกขนลุกซู่ “เหตุใดท่านถึงรู้เรื่องพวกนี้ดีนัก?”
“ก็ท่านพ่อเคยบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าข้าชอบอ่านหนังสือเรื่อยเปื่อย เรื่องพวกนี้ข้าก็จำมาจากหนังสือเหล่านั้นทั้งนั้นแหละ” สวีซิ่งอี้ตอบพลางเดินมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ลูกธนูพุ่งออกมา
“ท่านจะทำอะไร?” หลี่เยว่หานดึงแขนเขาไว้ “เมื่อกี้กลไกเพิ่งพุ่งออกมาจากทางนั้นนะ!”
“ข้ารู้” สวีซิ่งอี้หันมาปลอบนาง “ข้าพกตะบันไฟมาแค่สามอัน ไม่นานก็คงดับหมด ปกติแล้วตรงประตูทางออกมักจะมีเทียนตั้งไว้ ข้าจะไปดูว่ามีเทียนเล่มไหนที่ยังเหลือพอจะจุดได้บ้าง”
ถึงอย่างนั้นหลี่เยว่หานก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ “ไม่ได้ ทางนั้นอันตรายเกินไป”
“วางใจเถอะ ข้าตรวจสอบหมดแล้ว ไม่น่าจะมีกลไกเหลืออยู่อีก” พูดจบเขาก็เดินหน้าต่อไปทันที
หลี่เยว่หานมองแผ่นหลังของเขาที่ถือตะบันไฟค่อย ๆ ไกลออกไป นางจึงนั่งลงกอดเข่ารออยู่กับที่
ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เมิ่งฉีฮ่วนจะหาพวกนางพบ เมื่อครู่สวีซิ่งอี้บอกว่าตอนตกลงมามีทางแยกมากมาย ไม่รู้ว่า