่าองค์ชายใหญ่เป็นคนรักเดียวใจเดียว ในใจเขามีเพียงพระชายาผู้ล่วงลับ ทั้งยังมีบุตรที่ต้องดูแลอีกสองคน อีกทั้งเขายังรู้ซึ้งถึงนิสัยใจคอของหยวนหลิงเอ๋อร์ดี จึงปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ตาแก่คนนั้นเลยเบนเป้าหมายมาที่เจ้าเสี่ยวอี้แทน”
“เรื่องนี้อู่กั๋วกงเคยเอ่ยปากกับข้าเพียงครั้งเดียว แต่คุณหนูใหญ่บ้านนั้นพอรู้เรื่องเข้าก็อาละวาดตบตีร้องไห้ฟูมฟาย ทั้งยังด่าทอตระกูลสวีของพวกเราอย่างสาดเสียเทเสีย และเมื่อสองวันก่อน นางยังบีบบังคับให้ ‘หยวนสวิน’ คุณชายใหญ่บุตรอนุผู้แสนอ่อนแอของจวนอู่กั๋วกงมาหาเรื่องเสี่ยวอี้ถึงที่”
“ได้ยินมาว่าคุณชายหยวนสวินเพิ่งจะถูกหยวนหลิงเอ๋อร์ผลักตกสระบัวจนร่างกายทรุดโทรม วันนั้นพอเกิดการกระทบกระทั่งกับเสี่ยวอี้ คนสนิทของหยวนสวินก็ปากพล่อยด่าเสี่ยวอี้ว่าเป็นคางคกอยากกินเนื้อหงส์ คำพูดคำจาหยาบคายเกินทน เสี่ยวอี้บันดาลโทสะจึงเผลอผลักพวกเขากระเด็นไป ใครจะไปรู้ว่าการผลักครั้งนั้นจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ยามนี้หยวนสวินนอนป่วยซมลุกไม่ขึ้น จวนอู่กั๋วกงจึงตามมาราวีที่บ้านไม่เว้นแต่ละวัน ข้าล่ะอยากจะจับพวกมันมาร้อยเป็นพวงประจานเสียจริง ๆ!”
สวีติ้งหลานเอ่ยอย่างมีน้ำโหพลางตบเข่าตัวเองฉาดใหญ่
ข้างกันนั้น สวีซิ่งอี้กลับทำตัวเรียบร้อยผิดหูผิดตา “ท่านพ่อ ถ้าพวกเขาไม่ยอมเลิกรา ข้าจะส่งคนไปจุดประทัดหน้าจวนพวกเขาให้หูดับไปเลย หรือถ้าประทัดยังเอาไม่อยู่ ข้าจะจุดพลุไฟฉลองให้มันรู้แล้วรู้รอดไป แต่