เฟยตกใจจนนอนไม่หลับ ทั้งยังต้องลมหนาวจนไม่สบาย เจ้าหาเวลาไปเยี่ยมนางที่จวนมู่หวังบ้างนะ” เมิ่งฉีฮ่วนนึกขึ้นได้จึงเอ่ยบอกภรรยา
“ท่านอ๋อง หวังเฟย ข้าน้อยขออภัยที่เมื่อครู่มุทะลุไปบ้าง” สวีซิ่งอี้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างที่หาได้ยาก
“ข้ารู้ตัวดีว่าที่ผ่านมาข้าสร้างปัญหาให้ครอบครัวและท่านอาหญิงไว้มาก แต่คนเรายามเติบโตย่อมต้องคิดได้ จวนอู่กั๋วกงในครั้งนี้เพื่อให้ไม่เป็นการขัดพระราชโองการ ย่อมต้องลงแรงอย่างหนัก ที่ท่านพ่อพาข้ามาพบพวกท่านในวันนี้ ความจริงก็มีความคิดเห็นตรงกับหวังเฟย คือต้องการให้ข้าออกจากเมืองหลวงไปชั่วคราว ตระกูลหยวนคงไม่กล้าตามไปจับข้าถึงอำเภอฮัวซี อีกอย่างข้ากับหยวนหลิงเอ๋อร์ก็ไม่ได้มีพันธะหมั้นหมายใด ๆ ต่อกัน เพียงแต่เรื่องเล็กลดน้อยลงย่อมดีกว่า เพื่อให้คนในครอบครัวอยู่อย่างสงบสุข”
พูดจบ สวีซิ่งอี้ก็ยกถ้วยน้ำชาขึ้น “หากท่านอ๋องและหวังเฟยยินดีพาข้าไปอำเภอฮัวซีด้วยในครั้งนี้ ภายหน้าหากมีเรื่องอันใดเรียกใช้ ข้าจะรีบมาทันที! วันนี้ข้า สวีซิ่งอี้ ขอนำน้ำชาต่างสุรา เพื่อขอบพระทัยท่านอ๋องและหวังเฟยล่วงหน้าขอรับ”
เมื่อได้เห็นสวีซิ่งอี้ในมุมนี้ แม้แต่หลี่เยว่หานที่ไม่สนิทกับเขาก็ยังรู้สึกประหลาดใจ
“เสี่ยวอี้ หรือว่ามู่หวังเฟยจะมีอาการป่วยหนัก?” หลี่เยว่หานเอ่ยถามด้วยความกังวล
“ท่านอาหญิงเพียงแค่ต้องลมหนาว ต้องพักผ่อนให้มาก มีท่านหมอหลวงคอยดูแลอยู่จึงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง