สียงและหลงจู๊อีกสองคนเห็นพ้องต้องกัน จึงตัดสินใจนำเงินไปร่วมหุ้นในร้านผ้าของตระกูลเวิน ทำให้ได้รับเงินปันผลในแต่ละเดือนเป็นจำนวนมหาศาล
ส่วนภัตตาคารแปดเซียนเนื่องจากมีสูตรอาหารที่หลี่เยว่หานเป็นผู้เขียนขึ้น แม้ราคาอาหารจะค่อนข้างสูง แต่รายได้ในแต่ละวันอย่างน้อยที่สุดก็ไม่ต่ำกว่าหลายพันตำลึง
นอกจากนี้ ตระกูลหลิ่วยังอาศัยชื่อเสียงของหลี่เยว่หานไปกว้านซื้อที่ดินนอกเมืองเพื่อทำไร่ชาและเลี้ยงไหม ยามนี้ชาวบ้านในหมู่บ้านผู้อพยพกว่าครึ่งต่างก็ได้ทำงานในไร่เหล่านี้ กิจการจึงรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก
ซึ่งหลิ่วเทียนเสียงและเหล่าหลงจู๊ต่างก็ไม่กล้าปิดบังหรือหลอกลวงหลี่เยว่หาน ทุก ๆ สิบวันพวกเขาจะรวบรวมสมุดบัญชีทั้งหมดมาให้นางตรวจสอบด้วยตัวเอง
บวกกับยามนี้หลี่เยว่หานตั้งใจจะขยายผลวิชาถลุงเกลือและวิชาถลุงน้ำมัน การเลือกพื้นที่ตั้งโรงงานและรายละเอียดต่าง ๆ จึงทำให้นางยุ่งอยู่กับการทำงานตลอดทั้งวัน
เมื่อเมิ่งฉีฮ่วนกลับมาถึงจวนพร้อมกับแม่ทัพสยบอุดร หลี่เยว่หานก็ยังคงก้มหน้าก้มตาคำนวณบัญชีและตรวจสอบบันทึกอยู่
หลังจากจัดแจ้งให้สวีติ้งหลานและบุตรชายไปนั่งพักรอที่ห้องโถงรับรองแล้ว เมิ่งฉีฮ่วนก็เดินมาเรียกหลี่เยว่หานด้วยตัวเอง
“ก๊อก ก๊อก——” ประตูห้องหนังสือไม่ได้ปิด เมิ่งฉีฮ่วนยืนเคาะประตูอยู่ที่หน้าห้อง
หลี่เยว่หานที่อยู่ด้านในไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง “อวี้จวง หากเจ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว ช่วยไปดูที่โรงครัวหน่อยว่า