น้ำแกงใช้ได้หรือยัง ประเดี๋ยวท่านอ๋องคงจะพาแขกกลับมาด้วย ถ้าน้ำแกงเสร็จแล้วก็ให้ยกไปส่งก่อนเลยนะ”
ได้ยินดังนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็อดไม่ได้ที่จะฉีกยิ้มกว้าง “ท่านอ๋องของเจ้าพาแขกกลับมาถึงแล้วล่ะ”
เมื่อหลี่เยว่หานได้ยินว่าเป็นเสียงของเมิ่งฉีฮ่วนก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้น เห็นเขายืนยิ้มอยู่ที่หน้าประตูก็หลุดขำออกมา “ไม่รู้จักอายบ้างเลย โตขนาดนี้แล้วยังเล่นเป็นเด็กไปได้!”
“ข้าเห็นเจ้าตั้งใจทำงานมากเกินไปจนไม่กล้ารบกวน ใครจะไปรู้ว่าเจ้าจะเข้าใจผิดคิดว่าข้าเป็นอวี้จวงล่ะ” เมิ่งฉีฮ่วนกล่าวพลางเดินเข้าไปหาหลี่เยว่หาน เขาเปิดดูสมุดบัญชีบนโต๊ะแล้วก็ต้องเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ “สมุดบัญชีเล่มนี้ดูแปลกใหม่นัก!”
“มีอะไรหรือ?” หลี่เยว่หานถามเพราะนึกว่ามีจุดไหนผิดพลาด
“เส้นพวกนี้เจ้าเป็นคนขีดเองหรือ?” เมิ่งฉีฮ่วนชี้ไปที่ตารางในสมุดบัญชี
“อื้ม ข้าคิดว่าการทำเป็นตาราง แยกรายจ่ายและกำไรแต่ละรายการออกจากกัน แล้วสรุปยอดรวมในทุกๆ หน้า จากนั้นค่อยนำไปรวมยอดใหญ่ในหน้าถัดไป จะทำให้ตรวจสอบบัญชีได้ง่าย คำนวณก็สะดวก และไม่สับสนกับบัญชีที่ลงไว้มั่ว ๆ ด้วย” หลี่เยว่หานอธิบายพลางชี้ให้ดูจุดที่แต้มด้วยหมึกสีแดงไว้ท้ายหน้า
“สัญลักษณ์พวกนี้ ดูคล้ายกับอักษรเปอร์เซียนะ” เมิ่งฉีฮ่วนชี้ไปที่ตัวเลข “ข้าเคยเห็นจากคณะทูตที่มาจากโพ้นทะเล”
“สิ่งนี้เรียกว่า ‘ตัวเลขอารบิก’ เจ้าค่ะ เมื่อเทียบกับตัวอักษรของพวกเราแล้ว ก