ีความระแวง? ตอนศึกชิงบัลลังก์ปีนั้นมันเสี่ยงอันตรายเพียงใด ข้าเองก็แทบจะเอาชีวิตไม่รอดกว่าจะได้นั่งบนบัลลังก์นี้ ตอนนี้เหวินจั๋วแสดงความสามารถโดดเด่นเกินใคร ในฐานะฮ่องเต้ ข้าจะไม่ให้กังวลได้อย่างไร”
“ท่านจะกังวลก็กังวลไปเถิด แต่ช่วยเลิกเล่นตุกติกเสียทีได้หรือไม่?” ฮองเฮาเลิกคิ้ว “อย่านึกว่าข้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในการประชุมเช้านี้ พอเลิกประชุมเรื่องก็ลือกันไปทั่วแล้ว! ใคร ๆ ก็พูดกันว่าจงซูลิ่งกล้าเสนอให้ท่านลงโทษเหวินจั๋ว ท่านนึกว่าจงซูลิ่งเป็นคนของเสียนเอ๋อร์เพียงในนาม แต่ความจริงคือคนของท่านอย่างนั้นหรือ?”
ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นเม้มปากเงียบ ครุ่นคิดว่าพระองค์เผลอทำพิรุธตรงไหนให้คนจับได้
“ไม่ต้องคิดแล้ว จงซูลิ่งน่ะเป็นพวกภักดีต่อฮ่องเต้หัวชนฝามาตลอด หากมิได้รับคำสั่งจากท่าน มีหรือที่จู่ ๆ เขาจะกลายไปเป็นคนของเสียนเอ๋อร์ได้” ฮองเฮาตรัสพลางหยิกมือฮ่องเต้อย่างไม่เบามือนัก “ทำไม? รู้สึกว่าทหารในมือตัวเองน้อยไป จนต้องจ้องจะฮุบอำนาจทหารเพียงน้อยนิดในมือเหวินจั๋วหรืออย่างไร?”
“หากท่านตัดใจยกให้เขาไม่ได้ก็ไม่ควรให้แต่แรก ให้เขาไปแล้วยังคิดแผนการจะยึดคืน ท่านที่เป็นถึงฮ่องเต้ ใจคอคับแคบเกินไปหรือไม่?”
“นี่ยังไม่นับว่าเหวินจั๋วรู้เบื้องหลังชาติกำเนิดของตัวเองตั้งนานแล้ว แต่เขาก็ยังทุ่มเทแรงกายแรงใจช่วยงานเสียนเอ๋อร์มาตลอด หรือตอนที่จวนรัชทายาทเกิดเรื่อง เขาต้องลำบากตรากตรำพาจงเจิ้งมู่ชวนและจงเจิ