วิ๋นกลับมิได้กริ้วอย่างที่คิด พระองค์นิ่งเงียบไปนานก่อนจะทอนลมหายใจหนักหน่วง “เจ้าพูดถูก… ข้ารู้อยู่แก่ใจเสมอมา แต่ข้าก็ยังวางใจมิได้ เจ้าพอจะรู้หรือไม่ว่าเหตุใด?”
“ข้าน้อย… มิทราบพ่ะย่ะค่ะ…” เขาเป็นเพียงขันที จะไปรู้เรื่องใหญ่โตปานนั้นได้อย่างไร การวิจารณ์เรื่องราชสำนักมีโทษถึงขั้นประหารเชียวนะ!
“เหอะ ข้ายอมเชื่อว่าเขาไม่สนใจอำนาจ แต่เจ้าดูสิ่งที่เขาทำในช่วงครึ่งปีมานี้สิ!” ฮ่องเต้ทอดถอนใจอีกครั้ง “เขากำลังพิสูจน์ให้ข้าเห็นว่า ลูกชายทั้งสองคนของข้า แม้แต่ปลายนิ้วก้อยของเขาก็ยังเทียบมิได้!”
“ฝ่าบาทโปรดระงับโทสะ ฉีหวังมิได้มีเจตนาเช่นนั้นเลยนะพ่ะย่ะค่ะ!” ขันทีหรูสั่นไปทั้งตัว สมคำร่ำลือที่ว่าอยู่ใกล้ฮ่องเต้เหมือนอยู่ใกล้เสือจริง ๆ
“ตั้งแต่เขาไปที่เหลียวปี้เลี่ยตง นอกจากจะจัดการพวกสิบสองถ้ำแห่งหนานเจียงที่คอยตามรังควานได้แล้ว เขายังซ้อนกลใช้พวกชนเผ่าเร่ร่อนมาเป็นพวก จนสุดท้ายยึดเหลียวปี้เลี่ยตงได้สำเร็จ แถมยังกวาดต้อนเผ่าเหล่านั้นเข้าสังกัดได้อีก!” ฮ่องเต้ลุกขึ้นเดินไปมาอย่างตื่นเต้น “แล้วที่เมืองเทียนซิงอู่เหอ ดินแดนที่ไม่มีใครหน้าไหนคุมได้มาแต่อดีต เขากลับทำสิ่งใดลงไป!”
“เขาใช้ชื่อ ‘ท่านเก้า’ ที่เคยสร้างชื่อเสียงดังก้องในอดีตมาสถาปนาอำนาจของตนเองที่นั่น! แถมยังทำลายเกาะถงเซิงของราชวงศ์เสียย่อยยับ แล้วแม่นางฮั่นหรงฟูเหรินนั่นอีกล่ะ… นางยังคิดค้นวิชาถลุงเกลือและถลุงน้ำมันขึ้นมาอีก ทุ