กอย่างล้วนเป็นความดีความชอบใหญ่หลวงที่ควรค่าแก่การจารึกไว้ในประวัติศาสตร์!”
“แล้วเจ้าหันกลับมาดูลูกชายของข้า ทั้งเสียนเอ๋อร์ ทั้งอวี่เอ๋อร์ แย่งชิงกันแทบตายในช่วงครึ่งปีมานี้ ได้สิ่งใดกลับมาบ้าง?”
“มิได้สิ่งใดเลย!”
ยิ่งตรัสก็ยิ่งฉุนเฉียว ฮ่องเต้สะบัดพระหัตถ์เพียงครั้งเดียว ฎีกาทั้งหมดบนโต๊ะก็ร่วงกราวลงพื้น
ขันทีหรูต้องแบกรับโทสะจักรพรรดิโดยมิทราบสาเหตุ ได้แต่หมอบสั่นอยู่บนพื้น ไม่กล้าเอ่ยคำใด
“ข้ายิ่งมองลูกชายทั้งสองคนนี้ ยิ่งเห็นแต่ความอ่อนแอไร้ความสามารถ!” ฮ่องเต้ไอออกมาด้วยความขัดเคือง
“ถึงจะอ่อนแอไร้ความสามารถเพียงใด พวกเขาก็ยังเป็นลูกของท่าน แทนที่จะเอาเวลามานั่งโกรธเคืองอยู่ที่นี่ สู้รีบหาทางให้ลูก ๆ เข้าไปมีส่วนร่วมในการส่งเสริมวิชาถลุงเกลือและถลุงน้ำมัน เพื่อสร้างผลงานจะดีกว่าหรือไม่!” เสียงของฮองเฮาดังก้องมาจากหน้าประตู
ขันทีหรูลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก พลางยกมือปาดเหงื่อเย็น ๆ ที่หน้าผาก
“อาไฉ่ เจ้ามาได้อย่างไรกัน” เมื่อฮ่องเต้เห็นฮองเฮา โทสะที่มีก็มลายหายไปเกินครึ่ง “หากเจ้าอยากพบข้า เพียงให้คนมาแจ้ง ข้าจะรีบไปหาเจ้าที่ตำหนักซานเป่าทันที ดูสิ ข้างนอกอากาศร้อนปานนี้ เจ้ายังอุตส่าห์เดินมาเองให้เหนื่อยเปล่า” ฮ่องเต้ทำท่าจะเข้าไปกุมมือฮองเฮา
ฮองเฮาถอยหลังไปครึ่งก้าว พลางย่อกายทำความเคารพอย่างนอบน้อม “หม่อมฉันบุ่มบ่ามเข้ามาในเขตหวงห้ามโดยมิได้รับอนุญาต ขอฝ่าบาทโปรดลงอาญาด้วยเพคะ