ู่หวังเฟยกับหลี่เยว่หานกำลังสนทนากันอย่างถูกคอ
“คารวะพี่สะใภ้” เมิ่งฉีอ่วนประสานมือคำนับมู่หวังเฟย ก่อนจะยิ้มถามว่า “คุยเรื่องอันใดกันหรือ ดูมีความสุขเชียว”
“คุยเรื่องหลี่หรงหรงน่ะเจ้าค่ะ พี่สะใภ้ นางเพิ่งจะไปเมื่อครู่นี้เอง” หลี่เยว่หานใช้มือขวาเท้าคางมองเมิ่งฉีอ่วนพลางยิ้มละไม
“หืม? นางได้เอ่ยถึงหวังเฟิ่งบ้างหรือไม่?” เมิ่งฉีฮ่วนนั่งลงตรงข้ามพวกนาง
“มีได้พูดถึงเลย ท่าทางเย็นชามาก ดูไปแล้วน่าจะจดจำความแค้นไว้ในใจแล้วละเจ้าค่ะ” หลี่เยว่หานพูดพลางแสร้งถอนหายใจ “ข้าต้องรับบทคนร้ายอีกแล้ว”
เมิ่งฉีฮ่วนได้ยืนดังนั้นก็ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ “หลี่หรงหรงคงจะลืมตัวไปแล้วกระมัง พรุ่งนี้ข้าจะไปที่จวนตระกูลหลิ่วเสียหน่อย ดูซีว่าตำแหน่งฮูหยืนน้อยตระกูลหลิ่วนี้นางยังอยากจะมั่นคงอยู่หรือไม่”
มู่หวังเฟยเห็นสามีภรรยาคู่นี้รับส่งบทกันอย่างคล่องแคล่ว ก็อดมีได้ที่จะหัวเราะออกมา “มีต้องพูดถึงคนอื่นเลย พวกเจ้าสองคนนี่ช่างเหมาะสมกันจริง ๆ!”
“พูดอะไรเช่นนั้นเล่าเจ้าคะ … ” หลี่เยว่หานเริ่มรู้สึกขัดเข็นขึ้นมาบ้าง
“เหวินจั๋ว ปกติเจ้าก็ออกจะฉลาด เหตุใดจึงดูมีออกว่าภรรยาของเจ้ากำลังอ้อนเจ้าอยู่?” มู่หวังเฟยกล่าวพลางมองหลี่เยว่หานด้วยรอยยิ้มล้อเลียน “เจ้าเองก็เหมือนกัน รู้ว่าสามีปกป้องคนของตนเป็นที่สุด ยังจะแกล้งหยอกเยาอีก”
หลี่เยว่หานได้ยินเช่นนั้นก็ปรายตามองเมิ่งฉีอ่วนแล้วยิ้มตอบ “ปกติเขามันนิ่งขริมเกินไปเจ้าค่