ียวเรียบง่ายเดินเข้ามาตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ แม้แต่หลี่หรงหรงเองก็ยังมีสีหน้าตกตะลึง
“เรื่องนี้อย่างไรเสียก็เป็นเรื่องระหว่างข้ากับหวังเฟิ่ง พวกเจ้าที่เป็นรุ่นลูกอย่าได้เข้ามาพัวพันเลย” พูดจบ หลี่เจี้ยนโบก็ประสานมือคารวะพวกเขา ก่อนจะเดินตรงไปยังทหารที่คุมตัวหวังเฟิ่งไว้แล้วเอ่ยอย่างสุภาพ “น้องชายทั้งสองลำบากพวกท่านแล้ว ช่วยปล่อยนางเถิด”
ทหารทั้งสองมองหน้ากันไปมาอย่างลังเล ก่อนจะหันไปขอความเห็นจากเมิ่งฉีฮ่วน
เมิ่งฉีฮ่วนเม้มริมฝีปากพลางโบกมือเป็นสัญญาณ ทั้งสองจึงยอมปล่อยตัวหวังเฟิ่ง
หวังเฟิ่งเห็นหลี่เจี้ยนโบมาแต่ไกลแล้ว ยามนี้เมื่อเห็นเขายังอุตส่าห์มาพูดจาผ่อนปรนให้ นางก็เหมือนเห็นฟางเส้นสุดท้ายที่ช่วยชีวิต พอเป็นอิสระนางก็รีบโผเข้ากอดขาหลี่เจี้ยนโบไว้แน่น
“ท่านพี่ ข้ารู้ซึ้งถึงความผิดแล้ว ข้าผิดไปแล้วท่านพี่ อย่าไล่ข้าไปเลยนะเจ้าคะ จะให้ข้าอยู่ในจวนเป็นสาวใช้คอยรับใช้ก็ได้ ข้าสัญญาว่าจะไม่ก่อเรื่องอีกแล้ว!” หวังเฟิ่งร้องไห้คร่ำครวญเสียงดังดูน่าเวทนาแกมสมเพช
หลี่เจี้ยนโบถอนหายใจโดยไม่ผลักไสนางออก เขาหลับตาลงนิ่งงันครู่หนึ่งก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองสบตาหญิงที่กำลังร้องไห้อย่างน่าเวทนาตรงหน้า
“เจ้าจบสิ้นเสียทีเถิด” สิ้นคำพูด หลี่เจี้ยนโบก็อาศัยจังหวะที่ไม่มีใครคาดคิด ฉวยกระบี่ยาวไปจากมือของเมิ่งฉีฮ่วน
เงากระบี่วูบไหว โลหิตสีแดงฉานสาดกระจายไปทั่วบริเวณ
หวังเฟิ่งไม่ทันตั้งตัว นางถูกหลี่เจ