ไปอยู่ที่จงเจิ้งอวี่เพียงผู้เดียว จึงได้คืนอำนาจทางทหารบางส่วนให้เมิ่งฉีฮ่วน เพื่อคานอำนาจระหว่างพี่น้อง และเพื่อให้จวนฉีอ๋องมีฐานอำนาจที่มั่นคงพอที่จะต่อกรกับพวกเขาได้
หากยามนี้เมิ่งฉีฮ่วนสังหารหวังเฟิ่ง พี่น้องตระกูลจงเจิ้งย่อมไม่พลาดที่จะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นประเด็นเพื่อยึดอำนาจทหารคืน ต่อให้ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นจะทรงมีพระทัยอยากรักษาดุลอำนาจเพียงใด ก็คงยากจะต้านทานคำทูลทัดทานของคนทั้งสอง… เพราะอย่างไรเสีย หวังเฟิ่งก็เคยมีสถานะเป็นแม่ยายของเขา
“ท่านอ๋อง เรื่องนี้ท่านห้ามสอดมือเด็ดขาดเจ้าค่ะ” หลี่เยว่หานกดเสียงต่ำ “เกรงว่าจะกลายเป็นจุดอ่อนให้ผู้อื่นโจมตีเอาได้”
“เปิ่นหวังเคยเกรงกลัวขี้ปากคนพวกนั้นตั้งแต่เมื่อใด” เมิ่งฉีฮ่วนบีบมือนางเบา ๆ
“ท่านอ๋อง อานิ่งยังเล็กนัก ถือเสียว่าทำเพื่อสั่งสมกุศลให้ลูกเถิดเจ้าค่ะ” หลี่เยว่หานถอนหายใจยาว
ร่างกายของอานิ่งอ่อนแอมาโดยตลอด ต่อให้หลี่เยว่หานจะไม่ใช่คนงมงายเพียงใด แต่ในฐานะมารดา นางย่อมต้องคิดเผื่อลูกเสมอ มิเช่นนั้นก่อนที่เมิ่งฉีฮ่วนจะมาถึง นางคงเอาผิดหวังเฟิ่งถึงที่สุดไปแล้ว ไม่คิดจะช่วยดึงนางออกมาจากตระกูลเหมาด้วยซ้ำ
เมื่อได้ยินชื่ออานิ่ง มือของเมิ่งฉีฮ่วนก็ชะงักไปทันที อานิ่งคือจุดอ่อนที่เปราะบางที่สุดในหัวใจของเขาทั้งสอง
“ท่านอ๋อง หวังเฟย” เสียงนุ่มนวลเสียงหนึ่งดังขึ้น
เมิ่งฉีฮ่วนและหลี่เยว่หานหันไปมองพร้อมกัน เห็นหลี่เจี้ยนโบในชุดยาวสีเข