งหรงทอดทิ้งไม่ดูดำดูดี แล้วครึ่งปีที่เจ้าเข้าบ้านตระกูลเหมามานี้ ใครกันที่คอยฝากคำพูดมาถึงเมืองหลวง ส่งคนบุกไปถึงบ้านตระกูลหลิ่วเพื่อขอเงินจากหรงหรง? หรงหรงเคยปฏิเสธเจ้าสักครั้งไหม? นางให้สิบตำลึงยามเจ้าขอห้า ให้ยี่สิบตำลึงยามเจ้าขอสิบ ให้ร้อยตำลึงยามเจ้าขอห้าสิบ!”
“หวังเฟิ่ง เพื่อจะใส่ร้ายข้า เจ้าถึงกับไม่สนชื่อเสียงลูกสาวแท้ ๆ ของตัวเอง เจ้าเคยรู้บ้างไหมว่านางอยู่ที่ตระกูลหลิ่วลำบากเพียงใด? เจ้ารู้ไหมว่ายามนี้นางกำลังตั้งครรภ์อยู่? สิ่งที่เจ้าทำในวันนี้ เจ้าเอาลูกสาวแท้ ๆ ไปไว้ที่ไหน!”
“ข้าเปล่า… ข้าไม่ได้ทำ! หลี่เยว่หาน อย่ามาใส่ความข้า! ข้าไม่ได้ทำ!” หวังเฟิ่งผมเผ้าหลุดลุ่ย ส่ายหน้าปฏิเสธอย่างบ้าคลั่ง
“ไม่ได้ทำอะไร? ไม่ได้ใส่ร้ายหรงหรง? หรือไม่ได้ส่งคนมาไถเงินหรงหรงซ้ำแล้วซ้ำเล่า?” หลี่เยว่หานแค่นยิ้มเย็น “เจ้าเพิ่งจะด่าทอหรงหรงเสียงดังลั่นไปเมื่อครู่นี้ ลืมสิ้นแล้วหรือไร?”
“พยานอยู่ที่นี่ตั้งมากมาย เจ้าคิดว่าแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นแล้วเรื่องจะจบหรอกหรือ?!” แววตาของหลี่เยว่หานฉายแววดุดันน่าเกรงขาม “ทุกครั้งที่หรงหรงส่งเงินให้เจ้า นางจะฝากไปกับฉางชิง คนส่งสารที่เดินทางไปกลับระหว่างอำเภอฮัวซีกับเมืองหลวง เจ้ากล้าเผชิญหน้าพิสูจน์ความจริงกับฉางชิงหรือไม่?!”
เมื่อเห็นท่าทีดุดันของหลี่เยว่หาน ความสิ้นหวังก็ถาโถมเข้าเกาะกินหัวใจของหวังเฟิ่ง
ทำไมหลี่เยว่หานถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้! สมัย