ซึ่งมลทินให้ใครมาใส่ร้ายได้
“หากเจ้าไม่ได้เตรียมของปลอมไว้ก่อน แล้วเอกสารที่อยู่ที่อำเภอฮัวซีจะมาอยู่ในมือเจ้าเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร!” หวังเฟิ่งนึกขึ้นได้ก็ตะโกนถามกลับด้วยความแค้นเคือง
“ในเมื่อเจ้าโง่เขลา ข้าก็จะไม่ถือสาหาความ” หลี่เยว่หานเดินชูหนังสือหย่าจนครบหนึ่งรอบแล้วกลับมาหยุดตรงหน้าหวังเฟิ่ง นางเอ่ยเสียงเรียบว่า “ก่อนถึงสิ้นปี เอกสารจากทุกท้องที่ต้องถูกส่งมาเก็บสำเนาไว้ที่เมืองหลวง หากเป็นที่ห่างไกลอาจใช้เวลาครึ่งปี แต่เพราะอำเภอฮัวซีอยู่ใกล้เมืองหลวงมาก เอกสารชุดนี้จึงถูกส่งมาถึงศาลาว่าการนานแล้ว และผ่านการตรวจสอบลงบันทึกทะเบียนราษฎร์มาทุกขั้นตอน หากเจ้าอยากพิสูจน์ความจริง ก็เชิญขอให้ท่านผู้ว่าการสิงนำทะเบียนราษฎร์ทุกฉบับออกมาให้เจ้าดูเสียสิ!”
พูดจบ หลี่เยว่หานก็สะบัดมือโยนหนังสือหย่าคืนให้ท่านผู้ว่าการสิง
“อีกประการหนึ่ง เจ้าใช้ความไร้เดียงสาของหลี่หรงหรงมาเป็นเครื่องมือ ยั่วยวนให้นางทำเรื่องเหลวไหลเหล่านั้น เจ้ามันไม่สมควรเป็นแม่คนเลยสักนิด!” หลี่เยว่หานเปลี่ยนหัวโขน กลับมาเล่นงานเรื่องของหลี่หรงหรงแทน
ยามนี้หลี่หรงหรงยืนแข็งทื่อราวกับคนไร้วิญญาณ โดยมีอวี้จวงสาวใช้จากจวนอ๋องช่วยประคองไว้ ใบหน้าของนางขาวซีดไร้สีเลือดดูน่าเวทนายิ่งนัก
เมื่อได้ยินหลี่เยว่หานหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาอีก หลี่หรงหรงก็สั่นสะท้านไปทั้งตัว ใบหน้าที่ซีดอยู่แล้วกลับยิ่งซีดขาวลงไปอีก
“เจ้าปากบอกว่าหลี่หร