บลายนิ้วมือในหนังสือหย่า!”
“หากทุกท่านไม่เชื่อ ก็รออีกสักสองวันก็ได้ ข้าจำได้ว่าเคยสอบถามดูแล้ว ฟูเหรินท่านนี้ให้ป้าบ้านใกล้เรือนเคียงเป็นแม่สื่อในการแต่งงานใหม่ ข้าสามารถเชิญคนเหล่านั้นมาที่เมืองหลวงเพื่อเป็นพยานได้! อีกทั้งตอนที่ทั้งคู่หย่าร้างกันก็ไม่ได้ปิดบังเพื่อนบ้าน มีคนรู้เห็นเรื่องนี้มากมาย!”
“ฟูเหรินท่านนี้แม้จะแต่งเข้าตระกูลเหมาไปแล้ว แต่ตลอดครึ่งปีมานี้กลับคอยฝากข้ามาขอเงินจากหลิ่วฟูเหรินอยู่ตลอด คำพูดคำจาแต่ละครั้งช่างร้ายกาจจนฟังไม่ได้ ข้าเป็นพยานให้ได้ทุกคำ! และข้ายังหาคนอื่นมาช่วยเป็นพยานร่วมกับข้าได้อีก!”
ฉางชิง คนส่งสารเพิ่งจะมาถึงยามนี้จึงเหนื่อยหอบจนตัวโยน แต่เขายังคงตะเบ็งเสียงประกาศชัดถ้อยชัดคำ “ฉีหวังเฟยและหลิ่วฟูเหรินไม่เคยทอดทิ้งบิดามารดา! ข้าเป็นพยานได้! เพื่อนร่วมงานของข้าก็เคยมาส่งเงินด้วยกัน พวกเขาก็เป็นพยานได้!”
คนส่งสารคือผู้ที่เดินทางไปทั่วทิศ ต้องเป็นผู้ที่มีจริยธรรมผ่านการรับรองและมีชาวบ้านอย่างน้อยสิบครัวเรือนช่วยค้ำประกันถึงจะประกอบอาชีพนี้ได้ คำพูดของเขาจึงเปรียบเสมือนหลักฐานเหล็กที่สั่นคลอนไม่ได้
เดิมทีชาวบ้านเห็นท่าทีสง่างามไม่ย่อท้อของหลี่เยว่หาน และเห็นหวังเฟิ่งเอาแต่กรีดร้องราวคนบ้าเมื่อถูกซักไซ้ ประกอบกับหลักฐานหนังสือหย่า พวกเขาก็เริ่มเชื่อหลี่เยว่หานไปกว่าครึ่งแล้ว
การปรากฏตัวของฉางชิงยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นของพวกเขาเต็มเปี่ยม
สิ่งที่ชาวบ