่เยว่หานที่เดิมทีกำลังตรวจสมุดบัญชีอยู่ในจวน เมื่อหลี่หรงหรงวิ่งหน้าตาตื่นมาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง ใบหน้าของนางก็พลันเย็นเยียบลงทันที
“เงินที่นางใช้เดินทางมาเมืองหลวง เจ้าเป็นคนให้ไปใช่หรือไม่?” หลี่เยว่หานจ้องเขม็งไปที่หลี่หรงหรง
หลี่หรงหรงใจกระตุกวูบ สีหน้าดูกระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที “นาง… ก่อนหน้านี้นางคอยฝากจดหมายมาขอเงินข้าตลอด ข้าไม่รู้เลยว่านางวางแผนจะทำเช่นนี้”
“หึ แม่ของเจ้าเป็นคนอย่างไรเจ้าย่อมรู้ดีที่สุด จะบอกว่าไม่รู้ได้อย่างไร?” หลี่เยว่หานเอ่ยพลางก้มหน้าดูสมุดบัญชีต่อ โดยไม่แม้แต่จะชายตามองหลี่หรงหรงอีก
“ใช่ ข้ายอมรับว่าเคยสงสัยว่านางอยากมาเมืองหลวง แต่ข้าไม่คิดว่านางจะมาขุดคุ้ยหาเรื่องเช่นนี้ ข้านึกว่าอย่างมากนางก็แค่มาพึ่งพิงข้า ข้ายังเคยฝากคนไปบอกนางแล้วว่าอย่ามาเมืองหลวง เพราะชีวิตข้าในตระกูลหลิ่วก็ไม่ได้ราบรื่นนัก ข้าไม่ได้อยากให้นางมาจริง ๆ อีกอย่างคนตระกูลเหมาก็เฝ้านางไว้แจ ข้าเองก็แปลกใจว่านางหนีรอดมาได้อย่างไร” หลี่หรงหรงพยายามอธิบายพลางประคองครรภ์ที่เริ่มโย้ด้วยท่าทางร้อนรน
“เจ้าอาจจะแปลกใจ แต่ก็คงเป็นเรื่องที่เจ้าคาดการณ์ไว้แล้วไม่ใช่หรือ” หลี่เยว่หานยังคงไม่มองหน้า ท่าทีของนางยังคงนิ่งสงบผิดกับหลี่หรงหรงที่ร้อนใจจนนั่งไม่ติด
“แต่… แต่ตอนนี้เรื่องมันลุกลามไปใหญ่โตแล้ว ตอนนี้ท่านอย่าเพิ่งเอาผิดข้าเลย รีบไปจัดการเรื่องนางก่อนเถิด…” หลี่หรงหรงรู้ซึ้งดีว่าท